ฟันเฟืองที่หมุนวนกลับสู่จุดเริ่มต้น
“Borz” กำลังลากวิญญาณของเขากลับสู่ผืนผ้าใบที่คุ้นเคย กลิ่นอายของเหงื่อและแรงเสียดทานที่ไม่มีวันจางหาย
ในค่ำคืนแห่งความเงียบงันที่ Liacouras Center ณ Temple University เมือง Philadelphia รัฐ Pennsylvania ระหว่างศึก RAF 08 ทางองค์กร Real American Freestyle (RAF) ได้ประกาศข่าวร้ายที่แสนงดงาม: Khamzat Chimaev ราชาผู้ครองบัลลังก์รุ่น Middleweight ของ UFC ในปัจจุบัน ได้จรดปากกาเซ็นสัญญาเข้าสู่สังกัดอย่างเป็นทางการแล้ว
ศัตรูรายแรกที่จะมาสังเวยร่างให้กับเขา รวมถึงวันเวลาแห่งการพิพากษา จะถูกเปิดเผยในสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง
จังหวะเวลาของโศกนาฏกรรม
มันเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว Chimaev เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับโชคชะตาในการป้องกันแชมป์ UFC ครั้งแรกกับคู่ปรับที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่าง Sean Strickland ในศึก UFC 328 วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ นั่นหมายความว่าการเปิดตัวใน RAF จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี หลังจากที่ภาระผูกพันแห่งเกียรติยศบนสังเวียนแปดเหลี่ยมถูกชำระล้างจนเสร็จสิ้น
รากเหง้าที่ถูกหล่อหลอมด้วยเหล็กกล้า
ก่อนที่เขาจะฉีกกระชากคู่ต่อสู้ใน Octagon ราวกับเครื่องจักรบดทำลาย Chimaev เคยร่ายรำระบำแห่งความรุนแรงนี้บนผืนพรมมวยปล้ำมาก่อน หลังจากอพยพไปสู่ Sweden เขาขัดเกลาเขี้ยวเล็บที่สโมสรอย่าง BK Athen และกลายเป็นพายุที่พัดถล่มระดับประเทศ Chimaev คว้าแชมป์ Swedish Freestyle National Championships สามปีซ้อน—กวาดเหรียญทองรุ่น 86 กิโลกรัม ในปี 2016 และ 2017 ก่อนจะข้ามขีดจำกัดไปคว้าชัยรุ่น 92 กิโลกรัม ในปี 2018
เขาไม่ได้แค่ชนะ แต่มันคือการลบตัวตนคู่ต่อสู้ ตลอดการแข่งขันสามทัวร์นาเมนต์นั้น Chimaev ทำสถิติไร้พ่าย 12-0 ด้วยคะแนนรวมที่น่าขนลุก 105-2 เขาเผด็จศึกด้วยการชนะคะแนนขาดลอย (Technical Falls) 7 ครั้ง และกดไหล่ (Pins) อีก 3 ครั้ง สไตล์การต่อสู้ที่บีบคั้นและทารุณที่แฟนๆ เห็นใน MMA วันนี้ มันถูกหล่อหลอมจนสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
- Wrestling คือกระดูกสันหลังของเขา
- Judo และ Combat Sambo คือคมมีดที่เขาพกติดตัว
- การก้าวเข้าสู่ RAF ของเขาทำให้ความเป็นไปได้ในการเผชิญหน้านั้นกว้างใหญ่และอันตราย ไม่ว่าจะเป็นนักสู้จาก UFC ที่อยากลองของ หรือแชมป์ระดับ NCAA ที่กระหายเลือด
ความตายบนผืนพรมกำลังรอคอยผู้กล้าคนต่อไป
เมื่อฝูงชนสลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวซีดบนเพดานส่องกระทบผืนผ้าใบที่เปียกชื้น กลิ่นแอมโมเนียและน้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรงโชยแตะจมูก พยายามลบเลือนร่องรอยของเลือดและหยาดเหงื่อที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่มันไม่เคยลบความทรงจำของความเจ็บปวดได้เลย