Leicester Tigers ประกาศคว้าตัว Mako Vunipola พร้อมเสริมทัพรวดเดียว 4 ราย
สโมสร Leicester Tigers บรรลุข้อตกลงเซ็นสัญญากับ Mako Vunipola อดีตพรอพ (Prop) ฝั่งซ้ายทีมชาติ England มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ โดยการย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสโมสรในการสร้างสมดุลระหว่างประสบการณ์และสายเลือดใหม่
นักปล้ำลูกหนามวัย 35 ปี ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ Vannes จ่าฝูงในศึก Pro D2 ของฝรั่งเศส ตกลงที่จะย้ายมายังถิ่น Tigers ในฤดูกาลหน้า พร้อมกับนักเตะใหม่อีก 3 ราย ได้แก่ Joel Sclavi พรอพทีมชาติ Argentina จาก La Rochelle, Joe Jenkins เซนเตอร์จาก Bristol Bears และ Jack Doorey-Palmer ฮุกเกอร์จาก Harlequins
มุมมองด้านประสบการณ์: การกลับมาของขุนพลระดับโลก
Mako Vunipola ผู้เกิดใน New Zealand มีสถิติลงเล่นให้ทีมชาติ England ถึง 79 นัด และเป็นหนึ่งในขุนพลชุดรองแชมป์ World Cup ปี 2019 รวมถึงเคยมีชื่อติดทัพ British and Irish Lions ถึง 3 ทัวร์นาเมนต์ ประสบการณ์ของเขาถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 13 ปีกับ Saracens ที่เขาคว้าแชมป์ Premiership Rugby 4 สมัย และ European Champions Cup อีก 3 สมัย
Geoff Parling หัวหน้าผู้ฝึกสอนของ Tigers ให้ความเห็นว่า "เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้ต้อนรับผู้เล่นที่มีประสบการณ์และคุณภาพระดับ Mako เข้าสู่ทีม เขาคือพรอพฝั่งซ้ายระดับนานาชาติที่ยังคงมีความกระหายในการกลับมาพิสูจน์ตัวเองใน Premiership Rugby ช่วงท้ายของอาชีพการค้าแข้ง"
การเสริมแกร่งในส่วนอื่น: ความสดใหม่และพละกำลัง
ในอีกด้านหนึ่ง การดึงตัว Joel Sclavi วัย 31 ปี มาร่วมทีม ถือเป็นการเพิ่มความดุดันในเกมสกรัม (Scrum) โดย Sclavi เคยคว้าแชมป์ Champions Cup 2 สมัย และ Top 14 กับ La Rochelle มาแล้ว ซึ่ง Parling เชื่อว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับทีม
นอกจากรุ่นเก๋าแล้ว Leicester Tigers ยังมองการณ์ไกลด้วยการเซ็นสัญญา Joe Jenkins และ Jack Doorey-Palmer สองดาวรุ่งวัย 22 ปี โดยเฉพาะ Jenkins ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรง แม้จะเคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่สไตล์การเล่นของเขาก็ถูกมองว่าจะเข้ากับระบบของทีมได้เป็นอย่างดี
บทสรุปและการวิเคราะห์
การขยับตัวในตลาดซื้อขายครั้งนี้ของ Leicester Tigers สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจน คือการใช้ Mako Vunipola และ Joel Sclavi เป็นแกนหลักในระยะสั้นเพื่อยกระดับมาตรฐานทีม ขณะเดียวกันก็บ่มเพาะดาวรุ่งอย่าง Jenkins และ Doorey-Palmer เพื่ออนาคต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือสภาพร่างกายของนักเตะตัวเก๋าว่าจะสามารถทนทานต่อความเคี่ยวของ Premiership Rugby ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งแฟนๆ คงต้องรอติดตามผลงานในสนามในฤดูกาลหน้าต่อไป