ความพ่ายแพ้ที่ถูกลิขิตไว้ใน Allegiant Stadium
ในค่ำคืนที่ 1 ของ WrestleMania 42 ณ Allegiant Stadium ใน Las Vegas เมืองที่สร้างขึ้นบนซากศพของความหวัง Liv Morgan ได้ทำลายค่ำคืนเปิดตัวของ Stephanie Vaquer ลงอย่างเลือดเย็น เธอทวงคืนเข็มขัด WWE Women's World Championship กลับมาประดับรอยแผลเป็นของเธออีกครั้ง
แมตช์นี้ถูกวางไว้ในตำแหน่งรองคู่เอกที่ควรจะยิ่งใหญ่ แต่กลับจบลงอย่างรวดเร็วราวกับเสียงเหล็กกระทบกันในโรงงานที่กำลังจะปิดตัวลง มันกินเวลาไม่ถึงเจ็ดนาที—สั้นเกินกว่าจะเรียกว่าการต่อสู้ แต่ยาวนานพอที่จะเห็นความฝันแตกสลาย
จังหวะนรกและเครื่องจักรสังหาร
เช่นเดียวกับทุกแมตช์ในคืนแรก ทั้งคู่พุ่งเข้าหากันด้วยสัญชาตญาณดิบ Morgan เริ่มต้นด้วย springboard sunset-flip powerbomb แรงกระแทกนั้นส่งเสียงเหมือนกระดูกที่ถูกบดขยี้ เธอต่อด้วย Three Amigos ท่ามกลางเสียงคำรามของฝูงชนที่หิวกระหายเลือด แต่ Vaquer ไม่ยอมให้ลมหายใจถูกพรากไปง่ายๆ เธอโต้กลับด้วย Devil's Kiss และ suplex-codebreaker ที่แม่นยำเหมือนเข็มนาฬิกา
Morgan พยายามใช้ Backstabber และล้อเลียนด้วยการจะขโมยท่า Devil's Kiss แต่กลับถูก Vaquer สวนกลับด้วย Backbreaker ที่รุนแรงจนสันหลังแทบจะกลายเป็นสนิมเขรอะ
การแทรกแซงจากเงาทมิฬ
แชมป์ผู้เคราะห์ร้ายพยายามจะปิดบัญชีด้วย Oblivion ของเธอเอง และเตรียมจะปลดปล่อย Vaquer's Inferno หรือ Corkscrew Splash ทว่าความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงในกรงขังแห่งนี้ Roxanne Perez และ Raquel Rodriguez จากกลุ่ม The Judgment Day ปรากฏตัวขึ้นเหมือนวิญญาณพยาบาท พวกเธอเข้าแทรกแซง ช่วยให้ Morgan ฝัง Oblivion ลงบนร่างของคู่ต่อสู้
Vaquer ยังคงตะเกียกตะกายรอดมาได้จากการกดครั้งนั้น ทำให้ผู้ท้าชิงแผดเสียงร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
จุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
บนขอบเวทีที่เต็มไปด้วยความโกลาหล Vaquer พยายามต่อสู้กับสมาชิก The Judgment Day ที่เหลือ Morgan พุ่งตัวพลาดไปโดน Rodriguez จนเกิดความสับสน Vaquer ใช้จังหวะสุดท้ายโผบินด้วย springboard cross-body ลงสู่เบื้องล่าง แต่มันคือเฮือกสุดท้ายก่อนความตายทางอาชีพจะมาเยือน Morgan ลุกขึ้นมาปิดฉากด้วย diving Codebreaker และ Oblivion อีกครั้งเพื่อชัยชนะ
The Judgment Day ยังคงเป็นใหญ่ในดินแดนแห่งความเสื่อมโทรมนี้ แม้จะไร้เงาของ JD McDonagh หรือ Finn Balor แต่ Dominik Mysterio—ผู้มีนัดชำระแค้นกับ Balor ในคืนที่ 2—ก็ออกมาเฉลิมฉลองท่ามกลางซากปรักหักพังของความพ่ายแพ้
สำหรับ Stephanie Vaquer เส้นทางที่เคยรุ่งโรจน์กลับกลายเป็นเถ้าถ่าน เธอต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ในความมืดมิด
เมื่อฝูงชนสลายตัวไป เหลือเพียงแสงไฟฮาโลเจนที่สั่นระริกส่งเสียงหึ่งๆ อย่างน่ารำคาญ กลิ่นแอมโมเนียจากน้ำยาทำความสะอาดที่พนักงานใช้ถูคราบเหงื่อและรอยเลือดบนผืนผ้าใบโชยเข้าจมูก—มันคือกลิ่นของความจริงที่ว่า ไม่ว่าใครจะชนะ สุดท้ายทุกคนก็ต้องถูกชะล้างออกไปเหมือนกัน