สงครามเย็นใต้แสงนีออน
วันที่ 1 เมษายน ESPN เข้ายึดอำนาจเบ็ดเสร็จใน NFL Network พอถึงวันที่ 1 พฤษภาคม สัญญาณภาพก็ดับวูบหายไปจากผู้ให้บริการเคเบิลรายใหญ่ กลิ่นไหม้ของดีลที่ล่มไม่เป็นท่าโชยคลุ้งไปทั่วห้องส่ง
รายงานจาก Ryan Glasspiegel แห่ง Front Office Sports ระบุว่า NFL Network กลายเป็นเพียง Static บนหน้าจอของ Comcast ภายใต้บริการ Xfinity ข้อพิพาทเรื่องค่าลิขสิทธิ์กลายเป็นกำแพงคอนกรีตที่กั้นกลางระหว่างผลประโยชน์
ไม่ใช่แค่เรื่องของคนถือลูกนิ่ง
นี่ไม่ใช่ปัญหาของ NFL Network โดยตรง แต่มันคือเกมหักเหลี่ยมของมาเฟียสื่ออย่าง ESPN และ Disney สนามรบเปลี่ยนจากหญ้าเทียมไปเป็นห้องประชุมมืดๆ ที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่
แถลงการณ์จาก Disney ส่งผ่าน Glasspiegel น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเห็นใจที่จอมปลอม: “เราเข้าใจดีว่ามันน่าผิดหวังแค่ไหนสำหรับแฟนฟุตบอลที่ต้องเสีย NFL Network และ RedZone Channel ไปจากผังของ Xfinity เราเสนอให้คงสัญญาณไว้ระหว่างเจรจา แต่ Comcast ปฏิเสธและเลือกที่จะตัดไฟทิ้งเสียเอง”
ฝั่ง Comcast สวนกลับด้วยความเย็นชาตามสไตล์เจ้าพ่อคุมถิ่น: “สัญญาของเรากับ NFL Network และ NFL RedZone สิ้นสุดลงแล้ว และเรากำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับเจ้าของใหม่ Disney/ESPN เกี่ยวกับอนาคตของการออกอากาศ”
ความเงียบงันหลังวันดราฟต์
เมื่อ NFL Draft ผ่านพ้นไป ความเร่งด่วนก็จางหายไปเหมือนหมอกยามเช้า ไม่มีใครรีบร้อนซ่อมแซมสายไฟที่ขาดสะบั้น เหตุการณ์สำคัญที่เหลือเพียงอย่างเดียวคือการประกาศตารางแข่ง ซึ่ง ESPN ก็มีไพ่ในมือพร้อมเล่นอยู่แล้ว (และเอาเข้าจริง ตารางพวกนั้นก็หลุดว่อนเน็ตก่อนรายการจะเริ่มเสียอีก)
นี่คือหลักฐานชิ้นแรกที่จับต้องได้ ESPN คือผู้รับผิดชอบชะตากรรมของ NFL Network อย่างเต็มตัว ไม่ใช่ตัวเครือข่ายเองอีกต่อไป การเซ็นสัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? ไม่มีใครรู้ ในโลกที่เงินตราเสียงดังกว่าเสียงนกหวีดในสนาม
Tarnish