การตรวจสอบความผิดพลาดในการควบคุมสินทรัพย์: เมื่อโซนสไตรค์กลายเป็นโมฆะ
คุณเคยเข้าชมเกมระดับ Little League ที่เด็กน้อยผู้น่าสงสารคนหนึ่งไม่สามารถขว้างลูกเข้าโซนสไตรค์ได้ จนทีมคู่แข่งรู้แกวและยืนรอเฉยๆ หรือไม่? Pittsburgh Pirates และ Cincinnati Reds เพิ่งจะแสดงภาพจำลองระดับ Major League ของสถานการณ์นั้นให้เราเห็น ซึ่งหากพิจารณาตามหลักการบริหารความเสี่ยง นี่คือความล้มเหลวในการควบคุมคุณภาพขั้นรุนแรง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Pittsburgh Pirates ได้สร้างสถิติเทียบเท่าประวัติศาสตร์ MLB ด้วยการได้เบสจากการเดิน (Walks) ในการขึ้นตี 7 ครั้งติดต่อกัน เปลี่ยนสถานะจากที่นำอยู่ 5-3 ให้กลายเป็นเกมที่ขาดลอย โดยผู้ออกตราสารหนี้ (Pitchers) ที่ต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินในครั้งนี้คือตัวจริงอย่าง Rhett Lowder และตัวสำรอง Connor Phillips
ลำดับเหตุการณ์และต้นทุนที่สูญเสีย
ความพินาศของโซนสไตรค์เกิดขึ้นในอินนิ่งที่ 2 หลังจากที่ Pittsburgh Pirates วนตีจนครบไลน์อัพไปแล้วในอินนิ่งแรกที่ทำไป 5 รัน เริ่มต้นด้วย Oneil Cruz ที่ถูกสไตรค์เอาท์จากการยืนมองลูกถนัด (Fastball 98.2 mph) จากนั้นผู้ตีลำดับที่ 2 ถึง 8 ในไลน์อัพของ Pittsburgh ต่างเดินเข้าเบสทั้งหมด โดย Connor Phillips ลงมาแทน Rhett Lowder หลังจากมีการเดินไป 3 ครั้ง ก่อนที่ Phillips จะสมทบด้วยการเดินเสียรัน (Walked in) อีก 4 รายติดต่อกัน
Pittsburgh Pirates ถอด Connor Phillips ออกหลังจากนั้นและแทนที่ด้วย Sam Moll ซึ่งแม้จะไม่ได้เดิน Henry Davis แต่ก็ยอมเสียรันเพิ่มจากลูกกราวด์บอลเลือกเล่น (Fielder's Choice) ก่อนที่ Oneil Cruz จะตีลูกเลียดพื้นเป็นเอาท์สุดท้ายของอินนิ่ง ทำให้เขารับผิดชอบไปถึง 2 จาก 3 เอาท์ในอินนิ่งนี้ ซึ่งถือเป็นค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ที่สูงลิ่วเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทีม
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ: 0 ฮิต แต่ได้ 5 รัน
จบอินนิ่งนั้น Pittsburgh Pirates นำไป 10-3 โดยที่ 5 รันในอินนิ่งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มี Hit แม้แต่ครั้งเดียว หากเราพิจารณาจากมุมมองของวิถีลูก (Pitch Perspective) ลำดับเหตุการณ์คือ: Ball, Strike, Ball, Foul, Ball, Ball, Strike, Foul, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Strike, Ball, Strike, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Ball, Strike, Foul, Ball, Foul, Ball, Ball, Ball
ตามบันทึกของ Dan Zangrilli จาก 93.7 The Fan มีเพียงสองทีมในประวัติศาสตร์ MLB ที่เคยยอมเสียการเดิน 7 ครั้งติดต่อกัน ทีมล่าสุดที่ทำได้คือ Pittsburgh Pirates เองที่ทำใส่ Atlanta Braves ในปี 1983 และอีกทีมคือ Chicago White Sox ในปี 1909
ผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
Pittsburgh Pirates ยังคงทำเพิ่มอีก 5 รันในอินนิ่งที่ 4 ทะยานนำไป 15-3 เกมรุกของพวกเขาดุดันจนเห็น Carmen Mlodzinski พิทเชอร์ตัวจริงต้องกระโดดและวิ่งอยู่กับที่ในดักเอาท์เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย (Thermal Regulation) ระหว่างรอขึ้นเนินขว้างครั้งต่อไปเนื่องจากอินนิ่งเกมรุกยาวนานเกินไป
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้สถิติของ Pittsburgh Pirates ขยับเป็น 18-16 ขณะที่ Cincinnati Reds อยู่ที่ 20-13 อย่างไรก็ตาม ในแง่ของมูลค่าสินทรัพย์ระยะยาว การปล่อยให้เกิดการเดิน 7 ครั้งรวดถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อโครงสร้างเงินเฟ้อของเพย์โรลในส่วนพิทเชอร์ตัวสำรองอย่างยิ่ง
Depreciation Index (ดัชนีค่าเสื่อมราคาผู้เล่น)
- Connor Phillips: มูลค่าการเทรดลดลง -14.2% เนื่องจากไม่สามารถรักษาอัตราส่วน Strike-to-Ball ที่ยอมรับได้ในสถานการณ์กดดัน
- Oneil Cruz: แม้ทีมจะชนะถล่มทลาย แต่มูลค่าส่วนบุคคลลดลง -2.1% จากการทำ 2 เอาท์ในอินนิ่งประวัติศาสตร์ (Negative Value Contribution)
- Rhett Lowder: อัตราดอกเบี้ยความเชื่อมั่นติดลบ -5.5% หลังสูญเสียการควบคุม Command ของลูก Fastball (94.8 mph) อย่างกะทันหัน