การกลับมาของยักษ์ใหญ่ท่ามกลางกลิ่นอายความชื้น
ดินที่ Twickenham ยังไม่ทันแห้งสนิทจากหยาดเหงื่อเมื่อ 196 วันก่อน วันที่ Red Roses ผงาดคว้าแชมป์ Women's Rugby World Cup สมัยที่สามต่อหน้าฝูงชนที่เบียดเสียดจนล้นสนาม บัดนี้ กลิ่นอายความชื้นในอากาศลอนดอนเริ่มหนาตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อศึก Women's Six Nations กำลังจะระเบิดศึกในวันที่ 11 เมษายนนี้ ภายใต้แสงไฟนีออนของ Allianz Stadium เสียงเพลง Swing Low จะดังก้องเพื่อบดขยี้ผู้มาเยือนอย่าง Ireland
แม่ทัพคนใหม่และการปะทะที่กระดูกไหปลาร้าต้องสั่นสะเทือน
Meg Jones ก้าวขึ้นมารับปลอกแขนกัปตันทีมเป็นครั้งแรก ในขณะที่อดีตกัปตันอย่าง Zoe Aldcroft ต้องพักสนามเพราะภารกิจความเป็นแม่ แฟนบอลกว่า 75,000 คน เตรียมตบเท้าเข้าสู่สนามเพื่อดูการปะทะที่รุนแรงระดับ biomechanical "มันยอดเยี่ยมมากที่เรายังรักษาตัวเลขผู้ชมระดับนี้ไว้ได้" Jones กล่าวด้วยแววตาที่กระหายชัยชนะ หน้าที่ของพวกเธอไม่ใช่แค่การเล่นรักบี้ แต่คือการสร้างความบันเทิงที่ดุดันจนคนดูต้องเหลียวหลังกลับมามองอีกครั้ง
ศาสตร์มืดในแถวหน้าและการทำลายสถิติ
England และ Ireland ไม่ได้ซัดกันเลยนับตั้งแต่ปีที่แล้วที่ Cork ซึ่งครั้งนั้น Red Roses ถล่มไป 49-5 พวกเธอตั้งเป้าจะยืดสถิติชนะรัดกุม 33 นัดรวด John Mitchell กุนซือผู้ยังไม่เคยสะกดคำว่าแพ้ตลอดสองปี แบกความกดดันในการคว้าแชมป์สมัยที่ 8 ติดต่อกัน เขาเลือกขุมกำลังที่คุ้นเคย 32 คน โดยมี 25 คนเป็นชุดแชมป์โลก และมีหน้าใหม่เพียงคนเดียวคือ Haineala Lutui ลูกสาวตำนานทีมชาติ Tonga ที่พร้อมจะใช้ femur (กระดูกต้นขา) ปักหลักเป็นสมอในแนวปะทะ


