การตรวจสอบสถานะ: เมื่อตัวเลข 3.9 พันล้านเหรียญ กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของ MLB
กระบวนการขายทีม San Diego Padres กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการตรวจสอบบัญชี (Final Audit) โดยมีรายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า José E. Feliciano มหาเศรษฐีจากวงการ Private Equity และภรรยาของเขา Kwanza Jones กำลังจะปิดดีลซื้อกิจการที่มูลค่าสูงถึง 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ
หากพิจารณาตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย มูลค่าการประเมิน (Valuation) ครั้งนี้สูงกว่าที่ Steve Cohen เคยจ่ายเพื่อครอบครอง New York Mets ในปี 2020 ถึง 1.5 พันล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ของ MLB อย่างไรก็ตาม ตามข้อบังคับ Collective Bargaining Agreement และระเบียบของลีก ข้อตกลงนี้ต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าของทีมใน MLB อย่างน้อย 75% เสียก่อน
รายชื่อผู้ยื่นประมูลและการวิเคราะห์โครงสร้างทุน
ในบันทึกการประมูลครั้งนี้ มีกลุ่มทุนระดับ Heavyweight หลายรายที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาพิจารณา ประกอบด้วย:
- กลุ่มของ Joe Lacob เจ้าของหลักของ Golden State Warriors และ Valkyries
- Tom Gores เจ้าของ Detroit Pistons และ Platinum Equities
- Dan Friedkin เจ้าของ AS Roma, AS Cannes และ Everton FC
- และผู้ชนะการประมูลอย่าง Feliciano และ Jones
ตระกูล Seidler ซึ่งเป็นผู้ถือครองสินทรัพย์รายเดิม เริ่มกระบวนการขายมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หลังจากที่ Peter Seidler อดีตประธานและผู้ถือหุ้นใหญ่เสียชีวิตลงในวัย 63 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 โดยปัจจุบัน John Seidler น้องชายของเขาเป็นผู้ดูแลกองทุนทรัสต์ของครอบครัว ซึ่งควบคุมการบริหารจัดการ San Diego Padres ภายใต้การรับรองของลีกเมื่อปีที่ผ่านมา
ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ในสนาม (On-field Asset Performance)
ความน่าสนใจของ San Diego Padres ในเชิงการลงทุนพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากผลงานที่สม่ำเสมอ ทีมสามารถเข้าสู่รอบ Playoffs ได้ถึง 4 จาก 6 ฤดูกาลล่าสุด รวมถึงการทะลุไปถึง National League Championship Series ในปี 2022 ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับ Philadelphia Phillies
ในฤดูกาลปัจจุบัน ทีมมีสถิติชนะ 13 แพ้ 6 ก่อนลงสนามในวันศุกร์ ซึ่งหากวิเคราะห์ผ่าน Spin-rate-to-salary ratio ของกลุ่มผู้เล่นตัวหลัก จะพบว่าประสิทธิภาพของทีมกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอัตราการขว้าง Fastball เฉลี่ยของทีมจะยังคงมีความผันผวนตามสภาวะร่างกายของผู้เล่นก็ตาม
Depreciation Index (ดัชนีค่าเสื่อมราคา)
จากการวิเคราะห์มูลค่าการซื้อขายที่ 3.9 พันล้านเหรียญ เทียบกับผลงานในสนามปัจจุบัน: Trade Value: +4.2% (มูลค่าพุ่งสูงขึ้นจาก Premium ของตลาด Private Equity และสถิติการเริ่มต้นฤดูกาลที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดในระยะยาว)