ทรรศนะเชิงสถิติ: England 2-0 Ghana
อังกฤษเป็นตัวเลือกหลักในตลาด 1x2 เพราะตัวเลขฟอร์มล่าสุดเอียงมาทางเจ้าบ้านชัดเจน อังกฤษลงเล่น 5 นัดหลัง ยิงได้ 7 ประตู และเสียเพียง 2 ประตู คิดเป็น Home: 1.4 goals scored/match vs 0.4 conceded/match ส่วนกานาใน 5 นัดหลัง ยิงได้แค่ 3 ประตู แต่เสียถึง 11 ประตู หรือ Away: 0.6 goals scored/match vs 2.2 conceded/match ช่องว่างเกมรับนี้สำคัญมาก เพราะไม่ได้ชี้แค่ว่าอังกฤษควรชนะ แต่ยังสนับสนุนให้เลือกอังกฤษต่อ -1.5 ด้วย
เส้นสูงต่ำ 2.75 ถือว่าสูงพอให้เลือกฝั่งต่ำ อังกฤษเก็บคลีนชีตได้ 3 จาก 5 นัดหลัง และ 4 จาก 5 นัดนั้นจบด้วยสกอร์รวมไม่เกิน 2 ประตู จุดนี้เข้ากับแนวโน้มของกานา ซึ่งยิงไม่ได้ 2 จาก 5 นัดหลัง และไม่มีเกมไหนในชุดนี้ที่ยิงเกิน 1 ประตูเลย การแพ้ Mexico, Germany, Austria และ South Africa สะท้อนรูปแบบซ้ำ ๆ คือกานาเสียพื้นที่ เสียโอกาสยิง และเมื่อโดนนำแล้วเกมรุกไม่ค่อยมีพลังพอจะไล่กลับมา
- คุณภาพเกมรุก: อังกฤษมีตัวเลขรายบุคคลที่น่าเชื่อถือกว่า Harry Kane ทำได้ 23 ประตู 8 แอสซิสต์ จาก 34 นัดลีก, Bukayo Saka ทำได้ 12 ประตู 10 แอสซิสต์ จาก 31 นัด และ Jude Bellingham ทำได้ 10 ประตู 7 แอสซิสต์ จาก 32 นัด
- ผลงานฝั่งกานา: Mohammed Kudus ทำได้ 7 ประตู 5 แอสซิสต์ จาก 30 นัด, Jordan Ayew ทำได้ 4 ประตู 3 แอสซิสต์ จาก 29 นัด และ Iñaki Williams ทำได้ 10 ประตู 4 แอสซิสต์ จาก 33 นัด ตัวเลขเหล่านี้มีคุณภาพ แต่ยังไม่พอจะชดเชยเกมรับที่เสียเฉลี่ย 2.2 ประตูต่อเกมในช่วงล่าสุด
- ตรรกะของสกอร์: แนวโน้มคลีนชีตของอังกฤษ บวกกับค่าเฉลี่ยยิง 0.6 ประตูต่อเกมของกานา ทำให้ภาพเกมควรเป็นอังกฤษคุมจังหวะและชนะโดยไม่เปิดแลกมากเกินไป
สรุปตัวเลือก: อังกฤษชนะ, อังกฤษ -1.5 และ Under 2.75 สกอร์เต็มเวลาที่มีน้ำหนักมากสุดคือ England 2-0 Ghana.
- อังกฤษยิง 1.4 เสีย 0.4 จาก 5 นัดหลัง
- กานายิง 0.6 เสีย 2.2 จาก 5 นัดหลัง
- แนวรุกอังกฤษมีผลงานซีซันเหนือกว่า



