มารยาทเทนนิสสั่นคลอน: เมื่อ Influencer กว่า 100 รายเข้ายึดพื้นที่ US Open
การแข่งขัน US Open ปีนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกกีฬา เมื่อฝ่ายจัดการแข่งขันตัดสินใจมอบบัตรสื่อ (Accreditation) ให้กับกลุ่ม Influencer และ Content Creator รวมกว่า 100 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีที่แล้ว เพื่อหวังขยายฐานผู้ชมสู่คนรุ่นใหม่ ทว่าการกระทำดังกล่าวกลับนำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับ มารยาทเทนนิส (Tennis Etiquette) หลังจากเกิดเหตุการณ์รบกวนสมาธินักกีฬาในระหว่างการแข่งขันหลายครั้ง
เหตุการณ์ที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นในแมตช์รอบแรกของ Naomi Osaka อดีตแชมป์ 2 สมัย ณ สนาม Arthur Ashe Stadium เมื่อกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์ในห้องรับรองพิเศษ (Hospitality Suite) เปิดไฟวงแหวน (Ring Light) เพื่อถ่ายภาพและวิดีโอในขณะที่ Osaka กำลังจะเสิร์ฟลูก ส่งผลให้ผู้ตัดสินต้องสั่งระงับการเล่นและตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวทันที ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวเชิงตรรกะในการจัดการพื้นที่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีของลูกเทนนิสและสมาธิของนักกีฬาอาชีพ
มุมมองของนักกีฬา: ระหว่างการเติบโตของกีฬาและความเคารพต่อเกม
Naomi Osaka ให้ความเห็นหลังจบแมตช์ว่า "ฉันคิดว่าถ้าคุณมาชมการแข่งขันกีฬา คุณต้องเคารพกีฬานั้นๆ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกีฬานั้น โดยเฉพาะเรื่องมารยาท" เธยังระบุด้วยว่าเสียงรบกวนจากผู้ชมในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้นดังมากจนผู้ตัดสินต้องเตือนบ่อยครั้งกว่าที่เธอเคยเจอมาตลอดอาชีพการค้าแข้ง
ในขณะที่ Jessica Pegula มือวางอันดับ 3 ของโลกชาวอเมริกัน มองว่าพฤติกรรมนี้เข้าขั้น "ไม่ให้เกียรติ" โดยเธอกล่าวว่า "ฉันเข้าใจได้ที่ Influencer จะมานำเสนอประสบการณ์ใน US Open แต่การเห็นวิดีโอที่พวกเขาถ่ายรูปและใช้ไฟเซลฟี่ในขณะที่คนอื่นกำลังทำงานเพื่ออาชีพของตนเองนั้น มันดูไม่ให้เกียรติกันเกินไป" อย่างไรก็ตาม นักกีฬาบางส่วนอย่าง Daniil Medvedev และ Frances Tiafoe กลับมองในแง่บวกว่าการมีผู้ชมที่หลากหลายจะช่วยให้เทนนิสได้รับความนิยมมากขึ้นในวงกว้าง
มาตรการใหม่จาก USTA เพื่อควบคุมพฤติกรรมผู้ชม
เพื่อตอบโต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สมาคมเทนนิสสหรัฐฯ (USTA) ได้เพิ่มข้อความเตือนบนหน้าจอขนาดใหญ่รอบสนาม โดยระบุให้ผู้ชม "งดเว้นกิจกรรมใดๆ ที่อาจรบกวนการแข่งขัน รวมถึงระดับเสียง การถ่ายภาพด้วยแฟลช และการใช้ไฟวงแหวน" แม้ว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะพยายามผลักดันโมเดล "Tennis Disneyland" เพื่อสร้างความบันเทิง แต่ความขัดแย้งระหว่างการสร้างคอนเทนต์ดิจิทัลกับความเงียบสงบที่จำเป็นในสนามเทนนิสยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ไข
การปรับเปลี่ยนกฎในปี 2024 ที่อนุญาตให้แฟนเทนนิสเคลื่อนที่เข้า-ออกที่นั่งได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอช่วงเปลี่ยนฝั่ง (Changeover) ยิ่งทำให้การควบคุมความสงบในสนามทำได้ยากขึ้น ซึ่งหากพิจารณาตามหลักสถิติแล้ว ความผันแปรของเสียงและแสงที่คาดเดาไม่ได้เหล่านี้ อาจเพิ่มอัตราความผิดพลาดที่ไม่ได้บังคับ (Unforced Errors) ให้กับนักกีฬาที่ต้องการสมาธิสูงสุดในการคำนวณวิถีลูกเทนนิสบนคอร์ทที่มีความเสียดทานสูงแห่งนี้