องก์ที่หนึ่ง: พายุที่ก่อตัวเหนือผืนหญ้าแห่ง Derby
ภายใต้ท้องฟ้าที่กดต่ำและลมกระโชกแรงดั่งพายุคลั่งที่พัดผ่านหัวเรือรบโบราณ ณ สนาม Derby การต่อสู้ครั้งใหม่ได้อุบัติขึ้น ลูกบอลสีขาวเฉด Arctic Pearlescent พุ่งทะยานผ่านอากาศที่หนาเหนอะหนะ ท้าทายสายตาของผู้มาเยือนจากแดนกีวี่ New Zealand ที่พยายามสร้างป้อมปราการด้วยคะแนน 137 รัน แต่ในโลกของคริกเก็ตระดับมหากาพย์ ตัวเลขเพียงเท่านี้มิอาจต้านทานโชคชะตาที่กำลังจะมาถึงได้
องก์ที่สอง: ปฏิบัติการล่าสังหารของ Alice Capsey
เมื่อถึงคราวที่ England ต้องออกโรง แสงไฟสปอร์ตไลท์ก็จับจ้องไปที่ร่างของ Alice Capsey เธอไม่ได้เพียงแค่ถือไม้แบต แต่เธอถือดาบอาญาสิทธิ์ที่พร้อมจะฟาดฟันทุกวิถีบอลที่พุ่งเข้ามา ทุกครั้งที่ไม้กระทบลูก เสียงนั้นดังกังวานดั่งปืนใหญ่ที่แผดเผาความหวังของคู่ต่อสู้ (ขยับเท้าให้มั่นคง มองให้ลึกถึงโมเลกุลของลูกบอลนั่น... ฉันจะส่งแกไปให้พ้นขอบฟ้า) เธอร่ายรำทำคะแนนไปถึง 74 รันแบบไม่เสียพอร์ต (unbeaten) เปลี่ยนสนามหญ้าให้กลายเป็นลานประหารที่งดงาม
องก์ที่สาม: ชัยชนะเหนือเกลียวคลื่น
การไล่ล่าสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด England ปิดเกมด้วยชัยชนะ 7 วิกเก็ต ทิ้งให้ New Zealand ต้องจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความพ่ายแพ้ในเกมแรกของซีรีส์ T20 ทั้งสามนัดนี้ ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคะแนน แต่มันคือการประกาศศักดาเหนือผืนหญ้าที่เปียกชื้นและการควบคุมทิศทางลมอันเหนือชั้น ดั่งกัปตันเรือที่นำพาลูกเรือผ่านพ้นมรสุมเข้าสู่ชายฝั่งแห่งเกียรติยศได้อย่างไร้รอยขีดข่วน








