ยุคสมัยแห่งความบ้าบิ่นสิ้นสุดลง ณ สนาม Trent Bridge
ปรัชญาการเล่นที่เน้นเกมรุกดุดันหรือที่รู้จักกันในชื่อ Bazball ได้เดินทางมาถึงจุดจบอย่างเป็นทางการในแมตช์ที่ England vs New Zealand ณ สนาม Trent Bridge ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่แนวคิดนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน โดยทีมชาติอังกฤษต้องเผชิญกับความปราชัยในบ้านตัวเองสำหรับการแข่งขันซีรีส์ที่มี 3 นัดขึ้นไปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012
ในเกมนี้ England ถูกตั้งเป้าหมายไว้ที่ 373 รันเพื่อชัยชนะ แม้ในช่วงต้นของยุค Bazball พวกเขาจะเคยไล่ล่าตัวเลขระดับนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ครั้งนี้ทัพนักหวดรุ่นใหม่กลับถูกจัดการจนหมดรูปที่ 212 รัน โดยใช้เวลาเพียง 51.2 โอเวอร์ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงรูปแบบการเล่นที่ดูจะเกินขอบเขตความพอดีไปมาก
การอำลาที่น่าใจหายของ Ben Stokes และความล้มเหลวของแนวรุก
ไฮไลต์สำคัญของเกมนี้คือการประกาศรีไทร์อย่างกะทันหันของ Ben Stokes กัปตันทีมผู้เป็นหัวใจสำคัญของทีม โดยเขาเลือกประกาศยุติบทบาทในเวลา 15.25 น. ขณะที่กำลังทำหน้าที่โยนลูกอยู่กลางสนาม แม้ในอินนิงสุดท้าย Stokes จะพยายามสู้ด้วยการหวดทำคะแนน แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะกู้สถานการณ์ได้
ทางด้าน Harry Brook ผู้ที่ถูกวางตัวเป็นทายาทกัปตันทีมคนต่อไป กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังด้วยการทำไปเพียง 21 รันจาก 8 ลูก ก่อนจะถูกกำจัดออกจากการแข่งขันในลูกที่ 9 ซึ่งอดีตกัปตันทีมอย่าง Michael Vaughan ถึงกับวิจารณ์ว่าเป็นการเล่นที่ "น่าสมเพช" และขาดวุฒิภาวะ ในขณะที่ฝั่ง New Zealand แม้จะมีตัวโยนไม่ครบชุดแต่ก็สามารถคุมเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน
อนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของ Brendon McCullum
จากสถิติที่พ่ายแพ้ถึง 7 จาก 9 เกมหลังสุดในระบบ Test match ทำให้สถานะของ Brendon McCullum หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ Rob Key ผู้อำนวยการคริกเก็ต เริ่มสั่นคลอน ปัญหาไม่ได้มีแค่ในสนาม แต่ยังมีรายงานเรื่องระเบียบวินัยและการดื่มแอลกอฮอล์ของนักเตะ รวมถึงความเห็นที่ไม่ลงรอยกันระหว่างโค้ชและกัปตันทีมในช่วงทัวร์ Australia ที่ผ่านมา
หลังจากจบศึก England vs New Zealand ครั้งนี้ ทีมชาติอังกฤษต้องเร่งหาคำตอบว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมคนใหม่เพื่อสู้ศึกกับ Pakistan ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ โดยมีชื่อของ Harry Brook และ Joe Root เป็นตัวเต็ง แต่คำถามสำคัญคือพวกเขาจะยังคงยึดมั่นในวิถี Bazball ต่อไป หรือถึงเวลาที่ต้องยกเครื่องใหม่เพื่อกอบกู้ศรัทธาจากแฟนบอลอีกครั้ง