เมื่อความพยายาม 'สร้างภาพ' กลับกลายเป็น 'สร้างเรื่อง'
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาบิ๊กบีในองค์กร England ดูจะพยายามเหลือเกินที่จะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า พวกเขาได้บทเรียนราคาแพงมาจากความพ่ายแพ้ยับเยินในศึก Ashes ที่ Australia แล้วนะจ๊ะ ทั้ง Richard Gould (CEO), Rob Key (ผู้อำนวยการ) และกัปตันหนุ่มเครางาม Ben Stokes ต่างพากันเดินสายบริหารเสน่ห์ ป่าวประกาศว่าพวกเขาน่ะ 'แคร์' การเล่นคริกเก็ตระดับเคาน์ตี้สุดหัวใจ และจะไม่ปล่อยให้เหล่านักหวดที่ฟอร์มบ๊วยติดดินลอยนวลอีกต่อไป แถมยังบอกอีกว่า การเตรียมตัวก่อนลุยศึก Test จริงๆ แล้วมันก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันนะ (แหม เพิ่งรู้เหรอคะ?)
แต่ที่กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าก็คือ Ben Stokes ดันไปให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ ECB โดยยืนยันเสียงแข็งว่า ความสัมพันธ์ของเขากับเฮดโค้ชอย่าง Brendon McCullum ยังหวานชื่น ไม่ได้ร้าวฉานเพราะความเห็นต่างเรื่องสไตล์การเล่นแต่อย่างใด แถมยังย้ำชัดว่าเราสองคน "จูนกันติดถึง 95 เปอร์เซ็นต์"
Vaughan งงตึ้บ: ยิ่งแก้ตัว ยิ่งดูมีพิรุธ!
งานนี้อดีตกัปตันทีมชาติอย่าง Michael Vaughan ถึงกับกุมขมับพร้อมตั้งคำถามว่า "ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าจะปล่อยบทสัมภาษณ์นั้นออกมาทำไม" เขาให้ความเห็นแบบแสบๆ คันๆ ว่า คงไม่มีใครตื่นมาตอนเช้าแล้วคิดหรอกว่า Ben Stokes กับ Baz (ฉายาของ Brendon McCullum) จะมีปัญหากัน แต่พอคลิปสัมภาษณ์ปล่อยออกมาปุ๊บ อ้าว! ชัดเลย แสดงว่าช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาพวกคุณต้องมีซัมติงกันแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะรีบออกมาแก้ตัวทำไมล่ะคะคุณขา!
นอกจากนี้ Michael Vaughan ยังไม่ปลื้มกับการพรีเซนต์ PowerPoint ที่ Lord’s ของ Rob Key และ Richard Gould ที่พยายามจะโชว์แผนงานในอนาคต แต่มันกลับดูเหมือน "ภาษาผู้บริหารจอมปลอม" มากกว่า "ถ้าอยากจะโชว์ความแกร่งจริงๆ คนที่ควรมายืนกดสไลด์หน้าสื่อคือ Ben Stokes, Rob Key และ Baz McCullum ต่างหาก ผมไม่เข้าใจว่าทำไม Richard Gould ที่เป็น CEO หรือที่ผมเรียกว่า 'นักบัญชี' ของวงการ ถึงต้องออกมาพูดเรื่องเทคนิคคริกเก็ตด้วย"
รื้อระบบใหม่ หรือแค่เปลี่ยนหน้ากระดาษ?
คำถามสำคัญคือ England จะเปลี่ยนไปจริงๆ หรือเปล่า? โดยเฉพาะตำแหน่งเปิดเกมที่ Zak Crawley กำลังเก้าอี้ร้อนฉ่า เพราะค่าเฉลี่ยการทำคะแนนแค่ 31 จาก 64 เกม มันดูไม่จืดเลยสำหรับทีมที่อยากเป็นเบอร์หนึ่งของโลก Michael Vaughan ย้ำว่า "เราต้องเลิกเลือกนักเตะเพียงเพราะเขาเข้ากับ 'ฟีลลิ่ง' หรือบรรยากาศที่ยุคนี้สร้างขึ้นมาได้แล้ว ตัวเปิดเกมต้องมีค่าเฉลี่ยเกิน 40 เท่านั้น!"
ส่วนในรายของ Ollie Robinson นั้น Michael Vaughan มองว่าทีมต้องเคลียร์ให้ชัดว่าปัญหาคืออะไร ถ้าเป็นเรื่องทัศนคติหรือความฟิตก็ต้องรีบซ่อม เพราะฝีมือระดับนี้จะทิ้งขว้างลงถังขยะไม่ได้เด็ดขาด
บทเรียนจากตำนาน: อยากเก่งต้อง 'ซ้อม' ไม่ใช่แค่ 'ทรง'
อีกหนึ่งจุดที่น่าเป็นห่วงคือ Jamie Smith แม้จะฟอร์มร้อนแรงกับ Surrey แต่ปัญหาคือเขาไม่ได้ทำหน้าที่เป็น Wicketkeeper (คนรับบอลหลังวิกเก็ต) ให้สโมสร ซึ่ง Michael Vaughan มองว่าเป็นเรื่องตลกที่นักเตะทีมชาติไม่ได้เล่นตำแหน่งตัวเองในสโมสร เหมือนกรณีของ Shoaib Bashir เป๊ะ!
Michael Vaughan ทิ้งท้ายด้วยการยกตัวอย่าง Matthew Prior อดีตยอดนักหวดที่ตอนแรกรับบอลแย่มาก แต่เขาก็ไปซุ่มซ้อมหนักกับ Bruce French ทุกเช้าจนกลายเป็นระดับโลก "ผมไม่เคยเห็นคนรับบอลคนไหนเก่งขึ้นได้โดยการไม่ซ้อมรับบอลหรอกนะ คุณต้องซ้อมมันทุกเช้า วันอังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ ไม่ใช่แค่มาโชว์ตัววันแข่ง!"
ดูท่าว่างานนี้ England จะต้องเลิกใช้ PowerPoint แล้วหันมาใช้ Power ในการซ้อมจริงๆ จังๆ เสียที ก่อนที่แฟนๆ จะหมดความอดทนไปมากกว่านี้!