วิบากกรรมแชมป์ 5 สมัย: เมื่อยักษ์ใหญ่กลายเป็นยักษ์หลับ
ผ่านไป 8 นัด ชนะแค่ 2 แพ้ไปถึง 6 เก็บได้เพียง 4 แต้ม พร้อมค่า Net Run Rate ที่ติดลบจนน่าใจหายที่ -0.784 นี่คือบทสรุปสถานการณ์สุดรันทดของ Mumbai Indians ในศึก IPL 2026 ดูเหมือนว่าปีนี้จะไม่มีอะไรเป็นใจให้พวกเขาเลยแม้แต่น้อย
มันเหมือนหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำจากปีที่แล้ว ใน IPL 2025 พวกเขาจบอันดับบ๊วยของตารางด้วยการชนะเพียง 4 จาก 14 นัด และน่าเศร้าที่ปีนี้ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย ทั้งที่เปิดฉากมาอย่างหล่อด้วยการเอาชนะ Kolkata Knight Riders ไปได้ 6 วิคเก็ต แต่หลังจากนั้นกราฟชีวิตก็ดิ่งเหว แพ้รวด 4 นัดให้กับ Delhi Capitals, Rajasthan Royals, Royal Challengers Bengaluru และ Punjab Kings
แม้จะแอบมีลูกฮึดในนัดที่ 6 ด้วยการถล่ม Gujarat Titans ไป 99 รัน จนแฟนๆ นึกว่าฟื้นแล้ว แต่ที่ไหนได้... มันคือการ 'เด้งเพื่อลงต่อ' ชัดๆ เพราะหลังจากนั้นพวกเขาก็โดน Chennai Super Kings ตบยับไป 103 รัน และแพ้ให้ Sunrisers Hyderabad แบบใจสลาย ทั้งที่ทำแต้มได้สูงถึง 243/5 ก็ยังเอาไม่อยู่!
Bumrah ฟอร์มหลุด: เมื่อ 'เทพเจ้าพิน' กลายเป็น 'ตู้เอทีเอ็ม'
Jasprit Bumrah เจ้าของลูกยอร์กเกอร์มรณะที่เคยทำให้ไม้ตีสั่นสะท้าน กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพ 5 นัดแรกเขาเก็บวิคเก็ตไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว! กว่าจะมาลืมตาอ้าปากได้ก็นัดที่ 6 ที่เจอ Gujarat Titans โดยการสอย Sai Sudharsan ตั้งแต่บอลแรก
แต่นอกจากจะเก็บวิคเก็ตไม่ได้แล้ว เขายังโดนหวดจนน่วม โดยเฉพาะเจ้าหนูมหัศจรรย์อย่าง Vaibhav Sooryavanshi ที่กดไป 2 ซิกซ์ในโอเวอร์เดียว หรือในแมตช์ที่เจอกับ Sunrisers Hyderabad แม้ทีมจะทำแต้มตุนไว้เยอะ แต่ Bumrah กลับคุมเกมไม่ได้ โดนถลุงไป 54 รันจาก 4 โอเวอร์ (Economy rate 13.50) แถมโดนส่องไป 5 ซิกซ์ โดยฝีมือของ Abhishek Sharma, Travis Head, Heinrich Klaasen และดาวรุ่งอย่าง Sali Arora ที่โชว์ลูกตบแบบ No-look ข้ามหัวเขาไปแบบไม่เกรงใจรุ่นใหญ่
Surya ฟอร์มฝืด: จากฮีโร่บอลโลก สู่ช่วงขาลงในลีก
Suryakumar Yadav เดินเข้าสู่ IPL 2026 พร้อมดีกรีกัปตันทีมชาติอินเดียชุดแชมป์ T20 World Cup แต่ฟอร์มปัจจุบันกลับดูไม่จืด ตั้งแต่บอลโลกเขาก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างนัก (ยกเว้นนัดที่เจอ USA) และทุกคนหวังว่าเขาจะมาปล่อยของใน IPL
แต่ความจริงมันช่างโหดร้าย แข้งวัย 35 ปีรายนี้กำลังเจอซีซั่นที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 โดยทำไปได้เพียง 162 รันจาก 8 นัด เฉลี่ยแค่ 20.25 รันต่อเกม ในวันที่ทีมต้องการพี่ใหญ่มาประคองเกม Surya กลับนัดหยุดงานเสียดื้อๆ
ขาด Rohit เหมือนขาดใจ: ปัญหาที่เปิดช่องโหว่ใหญ่
การขาดหายไปของ Rohit Sharma คือรูรั่วขนาดใหญ่ที่อุดอย่างไรก็ไม่มิด เขาพลาดการลงสนาม 4 นัดหลังสุดเนื่องจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริง ทั้งที่เปิดตัวได้สวยหรูด้วยการทำ 78 รันในนัดแรก
พอไม่มี Rohit เกมบุกในช่วง Powerplay ก็ขาดความดุดันและเสถียรภาพ ทีมพยายามลองเปลี่ยนคู่เปิดเกมมาหลายชุด ไม่ว่าจะเป็น Ryan Rickelton คู่กับ Quinton de Kock หรือ Danish Malewar แต่ผลลัพธ์คือพังพินาศ ทำแต้มรวมกันได้ไม่ถึง 12 รันด้วยซ้ำ นอกจากนี้ การขาด 'กึ๋น' ในการคุมเกมของ Rohit ที่คอยช่วยติวเข้มกัปตัน Hardik Pandya ในสนาม ยังส่งผลกระทบต่อแท็กติกของทีมอย่างเห็นได้ชัด
Middle Order ละลายหายไปกับสายลม
เมื่อตัวเปิดทำพัง ภาระก็ตกอยู่ที่อันดับกลาง (Middle order) แต่สำหรับ Mumbai Indians ปีนี้เหมือนไม่มีใครอยู่บ้าน! ในนัดที่เจอ Delhi Capitals ทั้ง Tilak Varma (0), Sherfane Rutherford (5) และ Naman Dhir (28) พากันนัดกันล่มสลาย
เหตุการณ์ซ้ำรอยในหลายแมตช์ ทั้งนัดที่เจอ Royal Challengers Bengaluru ที่ไล่ตามเป้า 240 แต่ Tilak กับ Naman ทำได้แค่คนละแต้ม หรือนัดที่เจอ Punjab Kings ที่ตอนแรกดูเหมือนจะทำได้เกิน 230 แต้มแน่ๆ แต่ Suryakumar Yadav (0), Hardik Pandya (14), Rutherford (1) และ Tilak (8) กลับทำแต้มหล่นหาย จนจบที่ 195/6 และโดนแซงชนะไปอย่างง่ายดาย
จุดต่ำสุดคือแมตช์ที่แพ้ Chennai Super Kings ที่เหล่าบรรดาตัวความหวังอย่าง Pandya และ Rutherford ทำแต้มรวมกันได้แค่ 1 รัน! จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายที่สุดในฤดูกาลนี้