หายไปกับนวลปราง! เมื่อไฮเปอร์คาร์ระดับเทพอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ดูเหมือนว่าชีวิตหลังพวงมาลัยของอดีตนักขับ Formula 1 อย่าง Adrian Sutil จะตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเข้าโค้งที่ Monaco เสียอีก เมื่อล่าสุดรถระดับอัญมณีเลอค่าอย่าง Koenigsegg One:1 ของเขาได้หายสาบสูญไป จนทำให้ Interpol หรือตำรวจสากลต้องรีบโดดลงมาสืบสวนหาเจ้าไฮเปอร์คาร์คันนี้ ซึ่งทาง Autoevolution ประเมินมูลค่าไว้แบบขนลุกซู่ที่ 22 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 700 กว่าล้านบาทไทย!
ทำไมมันถึงแพงหูฉี่ขนาดนั้น?
เจ้า Koenigsegg One:1 ที่ผลิตในช่วงปี 2014 ถึง 2015 ไม่ใช่รถบ้านที่หาซื้อได้ตามโชว์รูมปากซอย แต่มันคือรถ Production Car รุ่นแรกของโลกที่มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักแบบ 1:1 เป๊ะๆ และที่สำคัญคือ มีเพียง 7 คันบนโลกใบนี้เท่านั้น เรียกว่าหายากยิ่งกว่าเนื้อคู่ และเป็นจักรกลที่นักสะสมพร้อมจะแลกด้วยวิญญาณ
จากคดีฉ้อโกง สู่พล็อตหนังสายลับรัสเซีย
เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อ Adrian Sutil ถูกจับกุมในเดือนพฤศจิกายน 2025 และถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดีในข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรุรถสะสมสุดอลังการของเขา แน่นอนว่าเจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็งทุกข้อกล่าวหา
แต่จุดพีคอยู่ตรงที่ Dirk Schmitz ทนายความของเขาออกมาแฉว่า Adrian Sutil ต่างหากที่เป็นเหยื่อ! โดยอ้างว่ามีการข่มขู่แบล็คเมล์เกิดขึ้น "ข้อความมันชัดเจนมาก—ส่งรถมา ไม่งั้นแกโดนแน่" ทนายกล่าวเสริมว่า "รถพวกนี้มันยูนีคมากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขับไปไหนโดยไม่มีคนสังเกตเห็น"
สื่อดังอย่าง Auto Motor und Sport เคยรายงานว่า Adrian Sutil ได้รับสายปริศนาจากชายที่ใช้ชื่อว่า 'Vladimir' ซึ่งดูเหมือนจะมีสายสัมพันธ์กับกลุ่ม Wagner Group ของรัสเซียเสียด้วย... นี่มันพล็อตหนัง John Wick ชัดๆ!
กรุรถที่ทำเอาเศรษฐีดูจนไปเลย
นอกจากเจ้า Koenigsegg One:1 ที่หายไปแล้ว คอลเลกชันของเขายังมีแต่ตัวตึง ไม่ว่าจะเป็น Mercedes 600 ที่เคยเป็นสมบัติของราชาเพลงร็อคแอนด์โรลอย่าง Elvis Presley, Rolls-Royce Phantom, Ferrari California, Koenigsegg Regera และสปอร์ตตัวท็อปอีกเพียบ
ย้อนรอยเส้นทางในสนามของ Adrian Sutil
สำหรับแฟนความเร็วคงจำกันได้ว่าหนุ่มเยอรมันคนนี้โลดแล่นอยู่ใน F1 ถึง 7 ฤดูกาล (2007-2014) ลงแข่งไปทั้งหมด 128 เรซ โดยเริ่มจากการเป็นนักขับทดสอบให้ Midland F1 ก่อนจะเปิดตัวสนามแรกใน Australian Grand Prix ปี 2007 กับทีม Spyker
เขาอยู่โยงกับทีมเดิมจนเปลี่ยนชื่อเป็น Force India ยาวไปจนจบปี 2011 และคัมแบ็คกลับมาทีมเดิมอีกครั้งในปี 2013 ก่อนจะย้ายไปซบ Sauber ในฤดูกาลสุดท้าย และปิดฉากอาชีพด้วยการเป็นนักขับสำรองให้ Williams ในปีถัดมา
ติดตามข่าวสารความแรงระดับนกกระจอกไม่ทันกินน้ำได้ที่ Motorsport.com บนเว็บไซต์ของเรา