วิเคราะห์ผลการซ้อมรอบแรกที่ Red Bull Ring: ประสิทธิภาพของยางและภาระน้ำหนักเชื้อเพลิง
การซ้อมรอบแรก (FP1) ของศึก Austrian Grand Prix สิ้นสุดลงด้วยการครองอันดับหนึ่งและสองของทีม Mercedes โดย Kimi Antonelli ในรถหมายเลข 12 (ผู้นำคะแนนสะสม 41 แต้ม) ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดที่ 1:05.XXX นาที เฉือนชนะ George Russell ในรถหมายเลข 63 (อันดับ 2 ในตารางคะแนน) ไปเพียง 0.04 วินาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่สามารถชี้วัดผลการแข่งขันจริงได้ เนื่องจากต้องพิจารณาจากกราฟการเสื่อมสภาพของยาง (Tire Degradation Curves) และการคำนวณภาระน้ำหนักเชื้อเพลิง (Fuel-load Penalties) ที่แต่ละทีมเลือกใช้ในช่วงเวลาที่ต่างกัน
ในแง่ของประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ Oscar Piastri ในรถหมายเลข 81 จากค่าย McLaren ทำผลงานได้น่าสนใจในอันดับที่ 3 โดยตามหลังผู้นำเพียง 0.117 วินาที ขณะที่ Lando Norris ในรถหมายเลข 4 เพื่อนร่วมทีม ประสบปัญหาด้านระบบไฮดรอลิก ทำให้เสียเวลาในสนามไปกว่า 3 ใน 4 ของเซสชัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเก็บข้อมูล Long-run เพื่อประเมินอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสนามที่เน้นพละกำลังเครื่องยนต์แห่งนี้
การอัปเกรดทางเทคนิคและข้อบังคับ FIA Sporting Code
แม้ทีม Red Bull จะนำชุดอัปเกรดอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Upgrade) ชุดใหญ่มาติดตั้งให้กับ Max Verstappen ในรถหมายเลข 1 (อันดับ 4 ในรอบซ้อม) แต่ผลลัพธ์เบื้องต้นยังตามหลังผู้นำอยู่ 0.281 วินาที ซึ่งอาจเป็นผลจากการปรับตั้งค่า Wing Level เพื่อลดแรงต้านในทางตรง (Drag) แต่ต้องแลกมาด้วยเสถียรภาพในโค้งความเร็วสูง








