Lando Norris (หมายเลข 4, 225 คะแนน) คว้าตำแหน่งโพลโพซิชันในการแข่งขัน Dutch Grand Prix ที่สนาม Zandvoort โดยทำเวลาเฉือนชนะคู่แข่งจาก Mercedes ในช่วงท้ายของรอบควอลิฟายที่สภาพอากาศแปรปรวน
ใครคือผู้ชนะในรอบควอลิฟาย Dutch GP?
Lando Norris จากทีม McLaren ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบ Q3 โดยทำเวลาทิ้งห่าง George Russell (หมายเลข 63, 156 คะแนน) เพียง 0.102 วินาที และนำหน้าผู้นำคะแนนสะสมอย่าง Kimi Antonelli (หมายเลข 12, 265 คะแนน) ไป 0.133 วินาที แม้จะมีสัญญาณของฝนในช่วงท้าย แต่พื้นผิวแทร็กยังคงแห้งพอที่จะให้รถหมายเลข 4 สร้างความได้เปรียบเชิงอากาศพลศาสตร์และคว้าอันดับหนึ่งบนกริดสตาร์ทได้สำเร็จ
สถานการณ์ของทีม Red Bull และการเปลี่ยนตัวนักขับเป็นอย่างไร?
Red Bull Racing ประสบปัญหาด้านประสิทธิภาพในโฮมเรซครั้งสุดท้ายของ Max Verstappen (หมายเลข 1, 148 คะแนน) โดยเขาทำได้เพียงอันดับ 7 บนกริดสตาร์ท นอกจากนี้ทีมยังต้องปรับเปลี่ยนรายชื่อผู้ขับขี่เนื่องจาก Isack Hadjar ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ Liam Lawson (หมายเลข 40, 0 คะแนน) ถูกเรียกตัวมาทำหน้าที่แทนและคว้าอันดับ 8 ตามหลังเพื่อนร่วมทีมเพียง 0.1 วินาที ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่น่าสนใจภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ Cost Cap
สรุปอันดับ Grid Start 10 อันดับแรก
- 1) Lando Norris (McLaren)
- 2) George Russell (Mercedes)
- 3) Kimi Antonelli (Mercedes)
- 4) Oscar Piastri (McLaren)
- 5) Lewis Hamilton (Ferrari)
- 6) Charles Leclerc (Ferrari)
- 7) Max Verstappen (Red Bull)
- 8) Liam Lawson (Red Bull)
- 9) Gabriel Bortoleto (Audi)
- 10) Arvid Lindblad (Racing Bulls)
ปัจจัยทางเทคนิคที่ต้องจับตามองในวันแข่ง
จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเสื่อมสภาพของยาง (Tire Degradation) ในรอบ Sprint พบว่ารถ Ferrari ของ Charles Leclerc (หมายเลข 16, 212 คะแนน) มีอัตราการสึกหรอที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญในกลยุทธ์การเข้าพิทวันอาทิตย์ ขณะที่ทีม Aston Martin ประสบความล้มเหลวในการอัปเกรดชุดแอโรไดนามิก ส่งผลให้รถทั้งสองคันตกรอบ Q1 ในอันดับที่ 18 และ 19 ซึ่งเป็นการสูญเสียประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับเม็ดเงินลงทุนในการพัฒนาชิ้นส่วนใหม่








