เมื่อความเร็วต่างกันจนน่ากลัว: บทเรียนราคาแพงจากแดนอาทิตย์อุทัย
เหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง Oliver Bearman กับ Franco Colapinto กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่ทิ้งทวนไว้หลังจบ Japanese Grand Prix ซึ่งมันดันไปจี้จุดอ่อนเรื่องความเร็วที่ต่างกันสุดขั้วภายใต้กฎระเบียบใหม่ของ Formula 1 ปี 2026 เข้าอย่างจัง
เรื่องของเรื่องคือ พ่อหนุ่มนักขับจากทีม Haas ขับตามหลัง Colapinto อยู่ประมาณวินาทีเดียวในช่วงเซกเตอร์สองของสนาม Suzuka แต่แล้วจู่ๆ ระยะห่างก็หดหายไปดื้อๆ เพราะรถ Alpine ดันมีปัญหาเรื่องพลังงาน ส่งผลให้ความเร็วของทั้งคู่ต่างกันถึง 45 กม./ชม.!
งานนี้ Bearman เลยต้องหักหลบพัลวันจนรถไถลลงหญ้า ก่อนจะหมุนเคว้งไปฟาดแบริเออร์ที่โค้ง Spoon Curve ด้วยแรงกระแทกหนักหน่วงถึง 50G แน่นอนว่าคำถามเรื่องความปลอดภัยของกฎใหม่ถูกขุดขึ้นมาพูดถึงทันที แต่ที่แซ่บกว่านั้นคือการเถียงกันว่า "ใครกันแน่ที่ผิด?"
"ผมก็แค่เป็ดน้อยที่รอโดนสอย" – ฝั่ง Colapinto ว่างั้น
นักขับชาวอาร์เจนไตน์ซึ่งรั้งอันดับ 17 ในขณะนั้น ยืนยันเสียงแข็งว่าเขาทำตัวเหมือน "เป็ดน้อยที่นั่งรอชะตากรรม" (little sitting duck) พอเหลือบมองกระจกหลังอีกที Bearman ก็ลงไปหมุนติ้วบนหญ้าเรียบร้อยแล้ว Colapinto มั่นใจมากว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะเขาก็ขับตามไลน์ปกติ ซึ่งทาง Ayao Komatsu บอสใหญ่ของ Haas ก็ดันเห็นด้วยซะอย่างนั้น!
"ก่อนจะถึงโค้ง 13 Colapinto เขาก็ขับสม่ำเสมอของเขามาตลอด ไม่ใช่ความผิดเขาเลย" Komatsu กล่าว "รอบก่อนหน้าความเร็วเขาก็เท่านี้ เราก็รู้ว่าต้องเจอกับอะไร แต่ปัญหาคือเราดันไปเร่งเครื่องช่วงนั้นพอดี แม้แต่รอบปกติเรายังเร็วกว่าเขา 20 กม./ชม. เลย แล้วพอ Bearman กดปุ่มบูสต์เข้าไปอีก ความเร็วเลยต่างกันถึง 50 กม./ชม." (แม้ภายหลัง FIA จะคอนเฟิร์มว่าตัวเลขจริงคือ 45 กม./ชม. ก็ตาม)
หนังคนละม้วน: Bearman เปิดโหมดตำหนิ
หลังจากเงียบกริบที่ญี่ปุ่น ล่าสุด Bearman วัย 20 ปี ก็ออกมาปล่อยของผ่านพอดแคสต์ Up to Speed ว่า "Franco ขยับรถมาบังไลน์ผมเพื่อกันตำแหน่ง ถ้าเป็นปีที่แล้วมันอาจจะพอรับได้ถ้าความเร็วต่างกันแค่ 5-10 กม./ชม. แต่พอต่างกัน 50 แบบนี้ เขาไม่เหลือพื้นที่ให้ผมเลย ผมต้องหักหลบเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่หนักกว่านี้"
เขายังทิ้งท้ายแบบเจ็บๆ ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องที่ "ยอมรับไม่ได้" และประเด็นนี้ก็ลากยาวมาจนถึง Miami Grand Prix สุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่การแข่งขันในซาอุดีอาระเบียและบาห์เรนถูกยกเลิกไปเพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
"ทักไปก็ไม่ตอบ" – ความในใจของ Colapinto
เมื่อได้ยินคำวิจารณ์จากคู่กรณี Colapinto ก็สวนกลับทันควัน: "สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาปลอดภัย หลังแข่งผมส่งข้อความหาเขาทันที แต่เขาไม่เคยตอบเลย ไม่คุยกับผมด้วยซ้ำ"
เขายังเสริมอีกว่า "ผมเสียใจกับความเสียหายของทีมเขานะ แต่นี่คือการแข่งรถ คนที่อยู่ข้างหลังย่อมรู้ดีกว่าว่าตัวเองเร็วแค่ไหน ใช้บูสต์เท่าไหร่ ส่วนคนข้างหน้าแทบจะตาบอดเลยล่ะ สมัยนี้พอมองกระจกแวบเดียว อีกวินาทีรถข้างหลังก็จี้ตูดมา 20 เมตรแล้ว ผมไม่ได้ขยับรถรุนแรงแน่นอน ผมดีใจที่เขาโอเค แต่บอกตรงๆ ว่าผมไม่แฮปปี้กับคอมเมนต์ของเขาเลย"
บทสรุปฉบับ Miami: "อ๋อ... ลืมเช็กข้อความน่ะ"
เมื่อเรื่องนี้ไปถึงหู Bearman ที่ไมอามี พ่อหนุ่มบริติชก็ตอบแบบนิ่มๆ (แต่หน้าสั่น) ว่า "สาบานได้ ผมไม่เห็นข้อความนั้นจริงๆ" ก่อนจะปิดท้ายแบบหล่อๆ ว่า "มันเป็นอุบัติเหตุที่โชคร้ายครับ มันควรจะจบสวยกว่านี้ แต่ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะผูกใจเจ็บอะไรหรอก"
แหม... จบแบบนี้ก็ได้เหรอ? เอาเป็นว่าในสนามหน้าคงต้องจับตาดูกันว่าคู่นี้จะมองหน้ากันติด หรือจะสะกิดกันในสนามอีกรอบ!