ฟอร์มูลาวัน

ปรับสูตรซิ่ง! Indy 500 หั่นตารางคัดเลือกใหม่ ไร้การเขี่ยตกกระป๋องที่ IMS

IndyCar ปรับตารางคัดเลือก Indy 500 ใหม่หลังยกเลิกการเขี่ยรถออก (bumping) พร้อมพาย้อนรอยประวัติศาสตร์นวัตกรรมความปลอดภัยและตำนานนักแข่งที่ทำให้ Indianapolis Motor Speedway ยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน

ปรับสูตรซิ่ง! Indy 500 หั่นตารางคัดเลือกใหม่ ไร้การเขี่ยตกกระป๋องที่ IMS

จัดระเบียบใหม่! เมื่อไม่มีใครต้องกลับบ้านก่อนเวลา

ในเมื่อจะไม่มีการ bumping หรือการเขี่ยรถที่ช้าที่สุดออกจากการแข่งขันก่อนลุยศึก 2026 Indianapolis 500 ทาง IndyCar เลยถือโอกาสรื้อตารางคัดเลือกใหม่สำหรับสุดสัปดาห์นี้ที่ Indianapolis Motor Speedway ให้แฟนๆ ได้ลุ้นกันแบบไม่ต้องกลัวเหงา

วันแรกของการคัดเลือกในวันเสาร์ (16 พฤษภาคม) จะเริ่มกดคันเร่งกันตั้งแต่ 11 โมงเช้า ยิงยาวไปถึง 5 โมง 50 นาที เพื่อจัดอันดับสตาร์ทที่ 16-33 ส่วนพวกเท้าไฟที่ทำเวลาดีที่สุด 9 อันดับแรก จะได้ตั๋วผ่านทางไปลุยต่อในรอบ top-12 วันอาทิตย์ (17 พฤษภาคม) ทันที

สำหรับรถที่รั้งอันดับ 10 ถึง 15 จากวันเสาร์ จะต้องมาฟาดฟันกันในรอบ Final 15 ช่วงบ่าย 4 โมงวันอาทิตย์ จากนั้นตามด้วยรอบ top-12 (ประมาณ 5 โมงเย็น) และปิดท้ายด้วย Fast Six เพื่อหาเจ้าของพื้นที่ 3 แถวหน้าในเวลาประมาณ 6 โมง 35 นาที ใครเร็วที่สุดนอกจากจะได้ pole position ไปครองแล้ว ยังหอบเงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์กลับบ้านไปนอนกอดด้วย

ย้อนรอยตำนาน: จากนวัตกรรมสู่ความปลอดภัย

ถ้าพูดถึงประวัติศาสตร์ รถต้นแบบเครื่องวางหลังอย่าง Tucker Torpedo Special ที่สร้างโดย Harry Miller ผู้โด่งดัง เคยมาวาดลวดลายคัดเลือกใน 1946 Indianapolis 500 โดยมี George Barringer เป็นคนกุมบังเหียน ซึ่งคอนเซปต์นี้แหละที่กลายมาเป็น Tucker 48 ในเวลาต่อมา แต่น่าเสียดายที่ปัญหาเรื่องเกียร์ทำให้ George Barringer ต้องออกจากการแข่งขันไปก่อน

ส่วนเวอร์ชันขายจริงอย่าง Tucker Torpedo ซีดานที่ออกแบบโดย Preston Tucker ช่วงปี 1946–1948 นั้นเรียกได้ว่าเปลี่ยนประวัติศาสตร์ยานยนต์ไปตลอดกาล ด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย (ในยุคนั้น) ทั้งเครื่องวางหลัง, ห้องโดยสารนิรภัย, โรลบาร์, แผงคอนโซลบุนุ่ม, พวงมาลัยแบบยุบตัวได้, และไฟหน้าตาไซคลอปส์ที่เลี้ยวตามล้อรถ รวมถึงกระจกหน้าแบบนิรภัยที่หลุดออกได้เองเมื่อเกิดการชน

วีรบุรุษชุดกันไฟและนวัตกรรมความเร็ว

ย้อนไปวันที่ 13 ตุลาคม 1964 Ed Gough วิศวกรผู้ออกแบบชุดกันไฟ เคยโชว์ความใจเด็ดด้วยการเดินลุยเปลวเพลิงยาว 45 ฟุตที่ความร้อนสูงถึง 3,500 องศา เพื่อสาธิตชุดป้องกันสำหรับนักแข่ง Indy 500 แม้หน้ากากพลาสติกเคลือบทองจะเกิดรอยร้าวและทำให้เขาโดนลวกจมูกไปนิดหน่อย แต่นั่นก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนมาใช้กระจกเทมเปอร์แทนในภายหลัง

นอกจากนี้ยังมีตำนานอย่าง Wilber Shaw แชมป์ Indy 500 สามสมัย ที่ร่วมกับ Barney Oldfield ฉายา "The Speed King" พัฒนายางสังเคราะห์และยางที่อุดรอยรั่วเองได้ โดย Barney Oldfield คือผู้บุกเบิกการใช้สายรัดนิรภัยและเป็นคนแรกที่ซิ่งแตะ 100 ไมล์ต่อชั่วโมงที่ Indianapolis Motor Speedway

กระจกมองหลังชิ้นแรกและการสร้างอาณาจักร

รู้หรือไม่? Ray Harroun ผู้ชนะ Indianapolis 500 ครั้งแรกในปี 1911 ด้วยรถ Marmon Wasp คือคนแรกที่นำกระจกมองหลังมาใช้ เพื่อให้รถเป็นแบบที่นั่งเดียว (ไม่ต้องมีช่างเครื่องนั่งไปด้วย) ช่วยลดน้ำหนักรถจนคว้าชัยด้วยความเร็วเฉลี่ย 74.602 ไมล์ต่อชั่วโมง

ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของอาคาร Allison Engineering Company บนถนน North Main Street ที่ก่อตั้งโดย James A. Allison หนึ่งในสี่ผู้ร่วมก่อตั้ง Indianapolis Motor Speedway ที่นี่เคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องยนต์อากาศยานและเกียร์ชั้นยอด ก่อนจะถูก General Motors ซื้อไปในปี 1929 และเคยเป็นบ้านของ Riley & Scott ผู้สร้างแชสซีรถแข่งล้อเปิดให้ Indy Racing League ในช่วงปี 1997-2000 อีกด้วย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากขอบสนาม

  • Norman Graham Hill หรือ "Mr. Monaco" แชมป์ปี 1966 เคยถูกจับภาพได้ขณะกำลังเช็กทรงผมผ่านกระจกข้างรถที่ IMS สมกับเป็นสุภาพบุรุษนักแข่งจริงๆ
  • Preston Tucker ผู้ก่อตั้ง Miller and Tucker, Inc. เรียนรู้วิธีขับรถตั้งแต่อายุ 11 ปี และเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เรื่องความปลอดภัยในรถยนต์สมัยใหม่สูงมาก
  • Roscoe Turner นักบินระดับตำนานและเจ้าหน้าที่กิตติมศักดิ์ของ Indy 500 เคยขับรถ Maxwell หมายเลข 10 ของ Eddie Rickenbacker โชว์ความเก๋ามาแล้ว
# ฟอร์มูลาวัน# Indianapolis Motor Speedway# Indy 500# IndyCar

กองบรรณาธิการ GoGoalHub

บทความนี้เขียนโดยใช้ AI ช่วย และตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ GoGoalHub
เข้ากลุ่มบอลโลก Telegram
ดูบอลสดที่ GoGoalStream