ฟอร์มูลาวัน

ดราม่าเป็นเหตุ! IndyCar สั่งรื้อกฎธงเหลืองใหม่ หลังช็อตฟีล Alexander Rossi ในศึก Sonsio Grand Prix

IndyCar ประกาศเปลี่ยนกฎการใช้ธงเหลือง (Full-course yellow) ใหม่ทันที โดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลักและจะไม่นำกลยุทธ์การเข้าพิทมาพิจารณาอีกต่อไป หลังเกิดเหตุการณ์อันตรายกับ Alexander Rossi ในศึก Sonsio Grand Prix

ดราม่าเป็นเหตุ! IndyCar สั่งรื้อกฎธงเหลืองใหม่ หลังช็อตฟีล Alexander Rossi ในศึก Sonsio Grand Prix

เมื่อความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องล้อเล่น: IndyCar ยอมถอยปรับเกณฑ์ Full-Course Yellow

วงการความเร็วมีเรื่องให้แก้กันรายวัน! ล่าสุด IndyCar Officiating ออกมาขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการประกาศเปลี่ยนกฎการใช้ธงเหลืองแบบทั้งสนาม (Full-course yellow) ทันทีหลังจบการแข่งขันที่มีประเด็นดราม่า โดยต่อจากนี้ไป ฝ่ายควบคุมการแข่งขันจะไม่เอาเรื่อง Pit Windows (ช่วงเวลาเข้าพิท) หรือลำดับการวิ่งของรถมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจว่าจะสะบัดธงเหลืองหรือไม่

การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลพวงโดยตรงจากเหตุการณ์ในศึก Sonsio Grand Prix ณ Indianapolis Motor Speedway เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อรถ Chevrolet หมายเลข 20 ของ Alexander Rossi จากทีม Ed Carpenter Racing เกิดอาการ "งอแง" เครื่องยนต์ไฮบริดดับวูบคาเส้นสตาร์ท-ฟินิช ในรอบที่ 21

Rossi เดือด! "ปล่อยให้ขับผ่านหน้าด้วยความเร็ว 170 ไมล์เนี่ยนะ?"

ในขณะที่ Alexander Rossi นั่งแกร่วอยู่ในรถที่ไร้กำลังกลางแทร็ก ฝ่ายควบคุมการแข่งขันกลับเลือกใช้แค่ธงเหลืองเฉพาะจุด (Local yellow) และปล่อยให้รถคันอื่นซิ่งผ่านไปด้วยความเร็วสูง จนกระทั่ง Rossi ต้องตัดสินใจสละยานกระโดดข้ามกำแพงพิทเลนเพื่อความปลอดภัยตัวเองนั่นแหละครับ ท่านคณะกรรมการถึงได้ยอมยกระดับเป็นธงเหลืองทั้งสนาม

"การที่ต้องรอนานขนาดนั้นกว่าจะสั่งธงเหลือง ทั้งที่รถจอดนิ่งอยู่ตรงทางตรงหน้าพิทและมีคนขับผ่านไปด้วยความเร็ว 170 ไมล์ต่อชั่วโมง มันดูบ้าบอมากครับ" Rossi ระบายความในใจผ่าน Fox อย่างเผ็ดร้อน "เมื่อวานแค่ฝนตกนิดหน่อยยังไม่ยอมให้เราขับเลย ผมล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าเขาให้ความสำคัญกับอะไรกันแน่ เซ็งสุดๆ ครับ"

เลิกเกรงใจกลยุทธ์ เน้นความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง

ในอดีต IndyCar มักจะลังเลที่จะประกาศธงเหลืองแบบทั้งสนาม เพราะไม่อยากไปขัดจังหวะคนที่กำลังปั้นกลยุทธ์ประหยัดน้ำมัน หรือทำให้ลำดับการวิ่งต้องมารีเซ็ตกันใหม่จนเสียเปรียบ แต่กฎใหม่นี้จะโยนปัจจัยพวกนั้นทิ้งลงถังขยะไปเลยครับ! โดยจะหันมาพิจารณาแค่ สถานะของนักแข่ง, ตำแหน่งและสภาพของตัวรถ, ความพร้อมของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และส่วนต่างความเร็วระหว่างรถที่มีปัญหาคันอื่นที่กำลังวิ่งมา เท่านั้น

เหตุการณ์ของ Rossi ยังทำเอาผู้นำอย่าง Alex Palou และ Kyle Kirkwood ถึงกับมึนตึ้บ เพราะไม่แน่ใจว่าพิทเปิดหรือปิดในช่วงธงเหลืองเฉพาะจุด จนทำให้ Palou ตัวเต็งแชมป์หล่นไปจบที่ 5 ส่วน Kirkwood เข้าป้ายที่ 9 ปล่อยให้ Christian Lundgaard คว้าชัยไปครองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023

บอร์ดบริหารย้ำ: "งานของเราคือรักษาชีวิตคน"

Raj Nair ประธานบอร์ดอิสระ (IOB) กล่าวว่า "เหตุการณ์ในรอบที่ 21 แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเราต้องมีมาตรฐานที่เคลียร์กว่านี้ การตัดเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันออกไป จะช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น"

ขณะที่ Doug Boles ประธาน IndyCar เสริมว่า "ภารกิจหลักของเราคือความปลอดภัยของนักแข่ง ทีมงาน และแฟนบอล ช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาเราคุยกันจบแล้วว่า ต่อไปนี้ถ้ามีความเสี่ยงแม้แต่นิดเดียว เราจะสั่ง Full-course yellow ทันที"

ปรับรายวัน! ก่อนลุยศึกใหญ่ Indy 500

นอกจากเรื่องธงเหลืองแล้ว ก่อนหน้านี้ IndyCar เพิ่งจะปรับกฎ Push to Pass (ปุ่มเพิ่มแรงม้า) ไปหยกๆ หลังเกิดดราม่าใช้กันมั่วซั่วในศึก Grand Prix of Long Beach โดยกฎใหม่ระบุให้นักแข่งใช้ได้ในช่วงรีสตาร์ทเมื่อข้ามเส้นสตาร์ท-ฟินิชทางเลือกแล้วเท่านั้น และเป็นหน้าที่ของนักแข่งเองที่ต้องรับผิดชอบการใช้งานให้ถูกจังหวะ

เรียกได้ว่าเป็นการปรับจูนกันแบบนาทีต่อนาที ก่อนที่ศึกระดับตำนานอย่าง Indy 500 จะระเบิดความมันส์ในอีก 12 วันข้างหน้า งานนี้แฟนความเร็วต้องจับตาดูว่า กฎที่เข้มงวดขึ้นจะทำให้เกมเปลี่ยนไปขนาดไหน!

# ฟอร์มูลาวัน# Alexander Rossi# Indianapolis Motor Speedway# IndyCar# Sonsio Grand Prix

กองบรรณาธิการ GoGoalHub

บทความนี้เขียนโดยใช้ AI ช่วย และตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ GoGoalHub
เข้ากลุ่มบอลโลก Telegram
ดูบอลสดที่ GoGoalStream