ความเร็วระดับปีศาจ แต่หัวใจดั่งนักบุญ?
ถ้าพูดถึงความเร็วต่อรอบแบบกดมิดไมล์ Charles Leclerc คือเบอร์ต้นๆ ของวงการแบบไม่ต้องสงสัย แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ... ในโลกที่เต็มไปด้วยฉลามกระหายเลือด เราอยากเห็นนักแข่งที่สุภาพ น่ารัก และเป็นมิตรกับสื่อ แต่คำถามคือ Leclerc นั้น "สุภาพเกินไป" หรือเปล่าสำหรับสังเวียนนี้?
ยิ่งตอนนี้แชมป์โลก 7 สมัยอย่าง Lewis Hamilton ตบเท้าก้าวเข้าสู่ชายคา Ferrari สปอร์ตไลท์ทุกดวงเลยยิ่งส่องไปที่ทัศนคติของ Leclerc หนักกว่าเดิม ว่าเขามีความ "อำมหิต" พอที่จะคว้าแชมป์โลก Formula 1 มาครองได้จริงไหม? ซึ่งทั้งแฟนคลับและอดีตนักแข่งเริ่มจะตั้งคำถามนี้กันดังขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ฉายา "พ่อหนุ่มลาบราดอร์" ของ Leclerc
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนวิจารณ์เรื่องความใจดี ย้อนกลับไปปี 2022 ที่เขาได้รองแชมป์พ่ายให้กับ Max Verstappen ทาง Tom Coronel อดีตนักแข่งรถชื่อดังถึงกับสับเละว่า Leclerc น่ะเป็นได้แค่ "ลูกเขยในอุดมคติ" หรือไม่ก็เป็นแค่ "เจ้าหมาลาบราดอร์" ผู้ซื่อสัตย์เท่านั้น (อ้างอิงจาก formula1news.co.uk) โดยเขามองว่า Leclerc ไม่แสดงอารมณ์ร่วมมากพอเวลาที่ Ferrari วางกลยุทธ์บูดๆ และดูจะ "เรียบร้อยเกินไป" ที่จะเป็นจ่าฝูงตัวจริง
ฝั่ง Robert Doornbos อดีตนักขับ Red Bull ก็สำทับความคิดนี้ผ่าน Ziggo Sport ในช่วงสุดสัปดาห์ของ Chinese GP แบบตรงไปตรงมาว่า "Leclerc น่ะนิสัยดีเกินกว่าจะเป็นแชมป์โลก" พร้อมทำนายทายทักว่าถ้า Ferrari ทำรถออกมาได้เทพจริง Hamilton นี่แหละจะเขมือบเขาแบบไม่เหลือซาก เพราะนักขับระดับ Hamilton หรือ Verstappen ไม่มีทางยอมอ่อนข้อแบบที่เขาทำแน่ๆ
เล่นเพื่อทีม... หรือยอมจนเสียเรื่อง?
เหล่านักวิจารณ์มักจะเปรียบเทียบวิธีที่ Leclerc ปฏิบัติต่อทีมงาน Ferrari กับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง Carlos Sainz ที่รายนั้นพร้อมจะงัดกับคำสั่งทีมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ ตัวอย่างชัดๆ คือตอน British Grand Prix ปี 2022 ที่ Sainz เมินคำสั่งที่ให้ขับตามหลัง Leclerc จนคว้าชัยชนะแรกมาได้ พร้อมตอกกลับนิ่มๆ ว่า "ก็นี่ไง Ferrari ชนะ ผมก็ชนะ มันจะผิดได้ไงล่ะ?"
ตัดภาพมาที่ Leclerc เขามักจะรับผิดแทนความผิดพลาดของทีม หรือเออออไปกับคำสั่งจากพิทวอลล์จน Nico Rosberg แชมป์โลกปี 2016 ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเขานิ่งเกินไปไหม โดย Rosberg ให้สัมภาษณ์กับ Sky F1 ว่า "Charles ดูไม่ใช่คนที่จะไปงัดข้อกับเพื่อนร่วมทีมสักเท่าไหร่"
จุดเดือดที่ Las Vegas: เมื่อความอดทนสิ้นสุด
อย่างไรก็ตาม Leclerc เองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวว่าความเกรงใจมันกำลังทำลายเรซของเขาเอง ความอัดอั้นนั้นระเบิดออกมาในรายการ 2024 Las Vegas Grand Prix ช่วงรอบคูลดาวน์ เขาตะโกนใส่ไมค์ถึงวิศวกรคู่ใจอย่าง Bryan Bozzi ว่า "การเป็นคนดีมันทำลายผมตลอดเวลา... แม่งเอ๊ย ตลอดเวลาเลย!" ก่อนจะขยี้ต่อว่า "มันไม่ใช่แค่ความใจดีหรอก แต่มันคือความเคารพทีมต่างหาก"
แม้แฟนๆ บางส่วนจะมองว่าภาพลักษณ์ที่ดูสุภาพนั้นเป็นเพียงการฝึกฝนด้านสื่อ (Media Training) ที่ดี แต่เมื่อฤดูกาล 2026 ที่ต้องดวลกับ Hamilton มาถึง นั่นจะเป็นบททดสอบทางจิตวิทยาครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา ความเร็วเขามีอยู่เต็มถังแล้ว ตอนนี้เหลือแค่พิสูจน์ว่า "คนดี" จะสามารถสยบโลกของ Formula 1 ได้จริงๆ หรือเปล่า!