แค่จังหวะมันไม่ได้! Isack Hadjar มั่นใจความเร็วไม่ได้ห่างชั้น Max Verstappen ขนาดนั้น
Isack Hadjar นักขับดาวรุ่งหน้าใหม่ไฟแรงเชื่อว่า ช่องว่างระหว่างเขากับเพื่อนร่วมทีม Red Bull อย่าง Max Verstappen ในรอบควอลิฟายของรายการ Formula 1 Miami Grand Prix นั้นไม่ใช่ตัวเลขที่สะท้อนถึงระดับฝีมือที่แท้จริง แต่มันคือเรื่องของจังหวะและสภาพสนามที่ชวนปวดหัวสุดๆ
พ่อหนุ่ม Hadjar จบรอบควอลิฟายในอันดับที่ 9 แบบน่าเสียดาย โดยทำเวลาตามหลังแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง Max Verstappen อยู่ 0.825 วินาที ซึ่งตัว Max Verstappen เองก็คว้าอันดับ 2 โดยตามหลังเจ้าหนูมหัศจรรย์ Kimi Antonelli จากทีม Mercedes ที่คว้าตำแหน่งโพลไปครองเพียง 0.166 วินาทีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม Hadjar ที่โชคร้ายซ้ำสองถูกตัดสิทธิ์จากการควอลิฟายเนื่องจากทำผิดกฎทางเทคนิค (Technical Infringement) ยังคงยืนกรานว่าไอ้ที่ห่างกันเกือบวินาทีเนี่ย มันไม่ใช่เพราะรถเขาวิ่งช้ากว่าอย่างเดียวเสียหน่อย
สถิติเก่ามันฟ้อง หรือแค่สนามนี้มัน 'แกง'?
เหตุผลที่ Hadjar มั่นหน้าได้ขนาดนี้ก็เพราะว่าตลอด 3 สนามแรกของฤดูกาล 2026 ช่องว่างระหว่างเขากับเพื่อนร่วมทีมเบอร์หนึ่งคนนี้ไม่เคยห่างกันเกิน 0.5 วินาทีเลยสักครั้งในรอบควอลิฟาย แต่พอมาเจอสนามที่ไมอามี่ที่พื้นผิวแทร็กมีความลื่นปรื๊ดเหมือนทาจาระบี แถมอุณหภูมิยังร้อนระอุ ทำให้เขาคุมรถได้ยากกว่าปกติ โดยในรอบควอลิฟายสำหรับ Sprint Race เขาก็ตามหลังนักขับชาวดัตช์อยู่ถึง 0.961 วินาทีเช่นกัน
"มันเป็นที่ตัวผมเองนี่แหละ การขับล้วนๆ" Hadjar อธิบายถึงช่องว่างที่กว้างเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยา "ผมว่าสนามนี้มันปราบเซียนมาก กริป (Grip) น้อยสุดๆ แถมแทร็กก็ร้อนจี๋ ซึ่งมันต่างจากสามสนามแรกที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง"
"มันไม่ใช่สนามที่ขับแล้วจะลื่นไหลไปตามไลน์ได้ง่ายๆ เพราะกริปมันไม่เป็นใจ แต่ Max Verstappen เขาระดับเทพครับ เขาปรับตัวเข้ากับสภาพแบบนี้ได้เก่งมาก ในช่วงเข้าโค้งผมบอกเลยว่าผมพัฒนาขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับเมื่อวาน แต่ผมแค่ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่เนียนเท่าเขา แถมรถผมยังเสียเปรียบเรื่องความเร็วในทางตรงอีกด้วย"
ความผิดพลาดที่ Sector 1 และบทเรียนราคาแพง
Hadjar ยอมรับว่าเขาพลาดท่าตั้งแต่ช่วง Sector 1 ของสนาม ในขณะที่รถ RB22 ที่อัปเกรดมาเต็มสูบของ Red Bull ดูจะทำผลงานได้ดีขึ้น (ปัจจุบันทีมจากออสเตรียอยู่อันดับ 6 ในตารางคะแนนสะสม)
"ในส่วนของผม ผมเข้าโค้ง 1 ไม่สวย พอพลาดโค้งแรก โค้ง 2 กับ 3 มันก็เละเป็นโดมิโน่ไปหมด" นักขับวัย 21 ปีที่ตอนนี้อยู่อันดับ 12 ในตารางคะแนนกล่าว "พอมันเริ่มพลาด ยางมันก็ยิ่งร้อนขึ้น แล้วคุณก็ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเวลาที่เสียไปตลอดทั้งรอบ แถมผมยังมีปัญหากับการควบคุมรถและความเร็วสูงสุด (Top Speed) อีกต่างหาก"
ถึงจะเจอปัญหาถาโถม แต่หนุ่มฝรั่งเศสรายนี้ก็ยังมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองในปีที่สองบนเวที F1 โดยมองว่าความต่างครั้งนี้ส่วนใหญ่มาจากการที่ Max Verstappen รีดเค้นศักยภาพของรถ Red Bull ออกมาได้แบบ 100% เต็ม
"เมื่อวานผมรู้เลยว่าต้องขุดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ เวลาที่เสียไปครึ่งหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ผมคุมไม่ได้ แต่อีกครึ่งมันคือความผิดผมเอง" Hadjar ทิ้งท้าย "วันนี้พอมาดูข้อมูล ผมก็แฮปปี้กับสิ่งที่ทำได้นะ แต่ Max Verstappen เขาทำได้ดีกว่ามากในการรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แถมทางตรงเขาก็แรงกว่านิดหน่อย—เขาทำหน้าที่ได้สุดยอดจริงๆ!"
ไม่ใช่แค่ Hadjar ที่บ่นอุบ เพราะ George Russell จาก Mercedes ก็ออกมาโอดครวญเรื่องกริปในสนามไมอามี่เช่นกัน ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ให้กับเพื่อนร่วมทีมรุ่นน้องอย่าง Kimi Antonelli ในเซสชั่นนี้