Lewis Hamilton นักขับทีม Ferrari เชื่อมั่นว่ารถแข่งของเขามีศักยภาพดีขึ้นหลังการปรับจูนครั้งสำคัญก่อนรอบคัดเลือก Dutch Grand Prix และพร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่งท็อป 4 ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ แม้จะต้องออกสตาร์ทจากแถวที่สามก็ตาม
Lewis Hamilton มั่นใจในศักยภาพของ Ferrari SF-26 หรือไม่?
Lewis Hamilton ยืนยันว่าเขารู้สึก "มองโลกในแง่ดี" หลังจากทีมตัดสินใจปรับเปลี่ยนเซ็ตอัพรถครั้งใหญ่ก่อนรอบ Qualifying ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความไม่สมดุลที่เขาเผชิญในช่วง Sprint ได้สำเร็จ โดย Hamilton จะออกสตาร์ทในอันดับที่ 5 เคียงข้างเพื่อนร่วมทีม Charles Leclerc ในอันดับที่ 6 ซึ่งทั้งคู่ตามหลังรถจากทีม McLaren และ Mercedes ที่ครองสองแถวหน้า
สถานการณ์ในตารางคะแนนและอันดับการแข่งขันเป็นอย่างไร?
ในการลุ้นอันดับบนตารางคะแนน Ferrari ยังคงเป็นคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของ Mercedes ในการชิงแชมป์โลกทั้งประเภทนักขับและทีมผู้ผลิต แม้ในรอบคัดเลือกที่ Zandvoort พวกเขาจะตามหลังตำแหน่งโพลของ Lando Norris อยู่ 0.3 วินาที แต่ Hamilton เชื่อว่าอัตราเร่งในระยะยาว (Race Pace) ของ Ferrari จะแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งที่ใช้เครื่องยนต์ Mercedes ซึ่งครองตำแหน่งด้านหน้าอยู่
Charles Leclerc มีโอกาสลุ้นโพเดียมใน Dutch GP หรือไม่?
Charles Leclerc ยอมรับว่าการแซงในสนาม Zandvoort เป็นเรื่องยาก แต่เขายังคงมีความหวังจากการใช้กลยุทธ์ยางที่แตกต่าง หลังจากที่เขาเคยแสดงให้เห็นถึงความเร็วที่น่าประทับใจในรอบ Sprint ด้วยการจบอันดับที่ 2 แม้จะใช้ยาง Soft ตลอดการแข่งขันก็ตาม Frederic Vasseur หัวหน้าทีม Ferrari เสริมว่าการแข่งขันครั้งนี้อาจมีการเข้าพิท 2-3 ครั้ง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทีมขยับอันดับขึ้นไปได้
การอัปเกรดรถของ Ferrari ได้ผลตามเป้าหมายหรือไม่?
Frederic Vasseur ยืนยันว่าชุดอัปเกรดล่าสุด รวมถึงพื้นรถ (Floor) ใหม่ที่ติดตั้งในสุดสัปดาห์นี้ ทำงานได้ตามแผนที่วางไว้ แม้จะไม่ใช่การอัปเกรดที่เพิ่มความเร็วได้ถึง 0.5 วินาทีในทันที แต่ความเสถียรของข้อมูล telemetry แสดงให้เห็นว่าทิศทางการพัฒนาของทีมมาถูกทางแล้วสำหรับการไล่ล่ากลุ่มหัวแถวในครึ่งฤดูกาลหลัง
วิเคราะห์แท็กติก: Ferrari จะเอาชนะ McLaren และ Mercedes ได้อย่างไรที่ Zandvoort?
กุญแจสำคัญของ Ferrari ในสนาม Zandvoort คือการบริหารจัดการยาง (Tyre Management) ซึ่งเป็นจุดแข็งของ SF-26 มาตลอดทั้งฤดูกาล ในขณะที่ McLaren ของ Lando Norris แสดงความเร็วในรอบเดียวได้อย่างโดดเด่น แต่ข้อมูลจากการซ้อมเผยให้เห็นว่า Ferrari มีอัตราการเสื่อมสภาพของยางที่ต่ำกว่าในอุณหภูมิแทร็กที่ค่อนข้างเย็น การที่ Hamilton และ Leclerc ออกสตาร์ทในอันดับ 5 และ 6 ทำให้ทีมสามารถใช้กลยุทธ์ "Split Strategy" โดยให้คันหนึ่งเน้นการลากยาว (Long Stint) และอีกคันใช้การอันเดอร์คัต (Undercut) เพื่อกดดันกลุ่มผู้นำ นอกจากนี้ การปรับจูนระบบกันสะเทือนใหม่ยังช่วยให้ Hamilton สามารถทำความเร็วในโค้งความเร็วสูงได้เสถียรขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่เขาเคยเสียเปรียบในช่วงซ้อมวันแรก
สถิติ Head-to-Head และฟอร์มล่าสุด: Hamilton vs Leclerc ภายใต้ชายคา Ferrari
การขับเคี่ยวระหว่างสองนักขับระดับพระกาฬในทีมเดียวกันเริ่มเข้มข้นขึ้น โดยใน 5 สนามล่าสุด Hamilton เริ่มทำผลงานในรอบคัดเลือกได้สูสีกับ Leclerc มากขึ้น โดยสถิติ Qualifying ปัจจุบันอยู่ที่ Leclerc 7-5 Hamilton อย่างไรก็ตาม ในด้านคะแนนสะสม Hamilton มักจะทำผลงานได้ดีกว่าในวันอาทิตย์ด้วยประสบการณ์การคุมจังหวะเกมที่เหนือชั้น สำหรับสนาม Zandvoort แห่งนี้ Hamilton เคยคว้าชัยชนะมาแล้วในอดีต ขณะที่ Leclerc มักจะโชคร้ายกับปัญหาทางเทคนิค การที่ทั้งคู่ต้องออกสตาร์ทติดกันในแถวที่สามถือเป็นบททดสอบสำคัญของ Frederic Vasseur ในการบริหารจัดการคำสั่งทีม (Team Orders) เพื่อไม่ให้ทั้งคู่ปะทะกันเองจนเสียโอกาสในการเก็บแต้มสำคัญเพื่อไล่จี้ Mercedes ในตารางคะแนนประเภททีมผู้ผลิต
ก้าวต่อไปของ Ferrari: เป้าหมายหลังจบศึก Dutch Grand Prix
หลังจบการแข่งขันที่เนเธอร์แลนด์ Ferrari มีแผนที่จะนำแพ็คเกจการอัปเกรดด้านอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ชุดใหญ่ไปใช้ที่สนาม Monza ซึ่งเป็นโฮมเรซของทีม ดังนั้นผลการแข่งขันที่ Zandvoort จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพื้นฐานของรถ SF-26 แข็งแกร่งพอที่จะท้าชิงแชมป์ในสนามที่เหลือหรือไม่ หาก Hamilton สามารถจบในอันดับท็อป 4 ได้ตามเป้าหมาย จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างมหาศาลให้กับทีมวิศวกร เป้าหมายระยะยาวของทีมคือการแซงหน้า Mercedes ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 2 ในตารางคะแนน Constructors' Championship ก่อนสิ้นสุดฤดูกาล ซึ่ง Hamilton เชื่อว่าด้วยทิศทางการพัฒนาปัจจุบัน Ferrari มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำได้สำเร็จ