ผลการควอลิฟายที่ Barcelona-Catalunya บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของชุดอัปเกรด Ferrari หรือไม่?
Lewis Hamilton (รถหมายเลข 44, 150 คะแนน) ทำผลงานควอลิฟายได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม Ferrari โดยจะเริ่มการแข่งขันจากอันดับที่ 2 ตามหลัง George Russell (รถหมายเลข 63, 82 คะแนน) ของทีม Mercedes เพียง 0.064 วินาที ซึ่งเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการติดตั้งชุดอัปเกรดทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Upgrade) รุ่นล่าสุดที่สนาม Barcelona-Catalunya
แม้ว่า Hamilton จะประสบปัญหาด้านความเร็วในรอบซ้อม FP2 และ FP3 เนื่องจากสูญเสียแรงกดในโค้งความเร็วสูง (High-speed corners) เช่น Turn 3 และ Turn 9 แต่การปรับแต่งค่าทางวิศวกรรม (Set-up adjustments) ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนรอบควอลิฟาย ช่วยให้เขาสามารถลดช่องว่างความเร็วต่อรอบลงมาอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่า Charles Leclerc (รถหมายเลข 16, 150 คะแนน) เพื่อนร่วมทีม Ferrari ประสบความล้มเหลวในเชิงเทคนิค โดยสูญเสียการควบคุมที่ Turn 4 ส่งผลให้ไม่สามารถทำเวลาในรอบ Q3 ได้
ปัจจัยด้านยางและกลยุทธ์การเข้าพิทจะมีผลอย่างไรในการแข่งขัน?
การวิเคราะห์อัตราการเสื่อมสภาพของยาง (Tyre Degradation) ในช่วงซ้อมแสดงให้เห็นว่า ค่าการเสื่อมสภาพสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนเวลาในพิทเลน (Pit-lane time penalty) โดยคาดว่าทุกทีมจะต้องใช้กลยุทธ์เข้าพิทอย่างน้อย 2 ครั้ง (Two-stop strategy)








