ฟอร์มูลาวัน

BMW ยังมึนตึ้บ? Robin Frijns รับตรงๆ เหมือนขับรถที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องในศึก WEC

Robin Frijns นักขับ BMW ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าทีมยังไม่เข้าใจรถ Hypercar ของตัวเองอย่างถ่องแท้ แม้จะมีการอัปเกรด Evo ใหม่ แต่ยังต้องลุ้นหนักในศึก WEC ที่ Imola เพื่อกลับมาทวงความยิ่งใหญ่

BMW ยังมึนตึ้บ? Robin Frijns รับตรงๆ เหมือนขับรถที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องในศึก WEC

เปิดซีซั่นใหม่ที่ Imola แต่ใจยังว้าวุ่น

หลังจากที่รายการ Qatar 1812km มีอันต้องเลื่อนออกไป ฤดูกาล 2026 ของ World Endurance Championship ก็ได้ฤกษ์รูดม่านเปิดฉากกันที่สนาม Imola ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นสังเวียนที่ Robin Frijns นักขับตัวตึงจากทีมโรงงาน BMW เคยฝากผลงานชิ้นโบแดงด้วยการคว้าอันดับ 2 ในคลาส Hypercar เมื่อปี 2025 มาแล้ว

ในช่วง Prologue สัปดาห์นี้ ซึ่งต้องย้ายมาหวดกันที่ Imola แทนเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง เจ้า BMW M V8 Hybrid ตัวอัปเกรดใหม่ก็โชว์ความซ่าด้วยการทำเวลาเร็วที่สุดเป็นอันดับ 4 ดูเหมือนจะดีใช่ไหมครับ? แต่เดี๋ยวก่อน...

สองปีที่ผ่านมา... บอกเลยว่า "ทรงอย่างแบด"

ต้องยอมรับว่าโปรเจกต์ Hypercar ของ BMW ใน WEC ช่วงสองปีแรกนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ที่ฟอร์มรูดม่านปิดไฟนอนกันดื้อๆ ซึ่ง Robin Frijns ได้ให้สัมภาษณ์กับ Motorsport.com แบบไม่อ้อมค้อมว่า สองปีแรกกับทีมมัน "ไม่ค่อยจ๊าบเท่าไหร่"

"คุณคงไม่หวังว่าจะลงไปบวกกับแถวหน้าได้ทันทีในปีแรกหรอก" Robin Frijns รำลึกความหลัง "แต่เราก็พัฒนาได้ดีนะในช่วงนั้น พอปลายปีเราก็เริ่มสู้คนอื่นได้ แม้จะมีปัญหาจุกจิกอย่างที่ Bahrain ที่เราอยู่อันดับ 4 แท้ๆ แต่เทอร์โบดันมาลาโลกไปซะก่อน"

"ปีต่อมาเราเริ่มได้สวยเลย แต่หลังจากนั้นกราฟดันดิ่งลงเฉย มันน่าผิดหวังนะ ในขณะที่คนอื่นพัฒนาเอาๆ ผมรู้สึกว่าบางทีเราก็ยืนนิ่งแช่แป้งนานไปหน่อย" นักขับวัย 34 ปีกล่าวจิกกัดค่ายรถจากเยอรมนีเล็กน้อยถึงจุดที่ควรปรับปรุง

ตามหาคำตอบในปริศนาพันล้าน

ปีนี้ BMW จัดเต็มด้วยการส่งแพ็กเกจ Evo ลงสนาม หวังจะปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่ (ถ้ามี) แม้จะต้องไปลุ้นกันที่ Imola ว่าจะหมู่หรือจ่า แต่ Robin Frijns บอกว่าฟอร์มใน Daytona 24 Hours ของศึก IMSA นั้นดูดีใช้ได้ ทว่าพอไปเจอ 12 Hours of Sebring เข้าไป ก็รู้ซึ้งว่ายังมีงานต้องทำอีกเพียบ

"ผมรู้สึกว่าเรายังไม่เข้าใจรถคันนี้แบบถ่องแท้เลย" Robin Frijns สารภาพบาป "เรายังงงๆ ว่าจะแก้ตรงไหน รถคันนี้มันซับซ้อนอย่างกับโจทย์เลขโอลิมปิก แต่ผมมาที่นี่เพื่อชนะ ไม่ได้มาขับกินลมชมวิว ซึ่งที่ผ่านมามันยังไม่ใช่แบบนั้น"

เมื่อถูกจี้ถามว่าทำไมมันถึงหาสาเหตุยากเย็นนัก เขาก็ตอบแบบปลงๆ ว่า "มันไม่ใช่เกมง่ายๆ ถ้าเราช้า มันไม่ใช่แค่ว่า 'อ๋อ ตรงนี้พัง ก็ซ่อมสิ' ถ้ามันง่ายขนาดนั้นทุกคนก็เป็นแชมป์ไปหมดแล้ว แต่นี่มันคือจิ๊กซอว์มหาหินครับ"

เน้นใช้งานจริง ไม่เน้นโชว์หล่อตอนคัดเลือก

ในการปรับปรุง M V8 Hybrid ครั้งนี้ BMW รื้อระบบแอโรไดนามิกใหม่เกือบหมด โดย Robin Frijns เผยว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้รถ LMDh คันนี้วิ่งในวันแข่งจริงได้อึดขึ้น

"รอบคัดเลือกเราก็พอไปวัดไปวาได้นะ แต่พอแข่งจริงทีไร อันดับร่วงกราวรูดทุกที นั่นคือสิ่งที่เราพยายามแก้" เขากล่าว "ผมไม่ได้คาดหวังว่าเราจะทำเวลา Qualify ได้เทพเหมือนปีที่แล้ว แต่ผมหวังว่า Race Pace ของเราจะแกร่งขึ้นแบบเห็นหนังเห็นตะโพน"

ความท้าทายที่รออยู่

แม้จะมีความมั่นใจลึกๆ จากอันดับ 2 ที่ Imola ปีที่แล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าปีนี้ไม่ง่าย เพราะค่ายอื่นก็ขนของเล่นใหม่มาเพียบ "เราอยากสู้เพื่อโพเดียมบ่อยๆ สองปีที่ผ่านมาเราได้มาแค่สองครั้งใน WEC ซึ่งมันน้อยไป เราต้องการมากกว่านี้"

"ผมลงแข่งทุกสนามด้วยเป้าหมายคือโพเดียมและชัยชนะ แต่เราก็ต้องอยู่บนโลกแห่งความจริงด้วย หลังจากซ้อมไปสองรอบ คุณจะรู้เลยว่าตัวเองอยู่จุดไหน ถ้าติด Top 5 ก็มีลุ้น แต่ถ้าหลุด Top 10 ไปล่ะก็... เตรียมตัวเหนื่อยหนักได้เลย" Robin Frijns ทิ้งท้าย

# ฟอร์มูลาวัน# BMW M Team WRT# BMW M V8 Hybrid# Hypercar# Imola# Robin Frijns# WEC# World Endurance Championship

กองบรรณาธิการ GoGoalHub

บทความนี้เขียนโดยใช้ AI ช่วย และตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ GoGoalHub
เข้ากลุ่มบอลโลก Telegram
ดูบอลสดที่ GoGoalStream