การประเมินประสิทธิภาพเชิงพลศาสตร์และระบบส่งกำลังภายใต้ข้อบังคับ FIA ปี 2026
ผู้ถือครองรถหมายเลข 63 (คะแนนสะสมปัจจุบัน 116 คะแนน) ได้ออกมาแสดงทัศนะสนับสนุนข้อวินิจฉัยของหมายเลข 44 (คะแนนสะสมปัจจุบัน 150 คะแนน) เกี่ยวกับโครงสร้างกฎระเบียบใหม่ของ Formula 1 ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2026 ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพครั้งสำคัญ
FIA ได้กำหนดค่าตัวแปรใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่การลดมวลรวมของตัวรถ (Lighter) และการลดขนาดมิติตัวถัง (Smaller) พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานจากระบบไฟฟ้า (Battery Power) เพื่อหวังผลในการเพิ่มค่า Aerodynamic Efficiency และสร้างสถานการณ์การแข่งขันที่เอื้อต่อการทำ Overtaking Manoeuvres
ข้อโต้แย้งด้านต้นทุนและสมรรถนะ: มุมมองที่แตกต่างระหว่างหมายเลข 1 และหมายเลข 63
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นไม่ได้นำไปสู่ข้อสรุปที่เป็นเอกฉันท์ โดยเฉพาะผู้ขับขี่หมายเลข 1 (คะแนนสะสมปัจจุบัน 331 คะแนน) ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงผ่านการเปรียบเทียบเชิงลบ โดยระบุว่ากฎระเบียบดังกล่าวลดทอนคุณค่าของทักษะการขับขี่ (Anti-driving) และอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าทางการตลาดของกีฬานี้ในระยะยาว
ในทางตรงกันข้าม หมายเลข 63 ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อโดยปฏิเสธสมมติฐานของหมายเลข 1 และเลือกที่จะสนับสนุนตรรกะของหมายเลข 44 ที่มองว่ารูปแบบการแข่งขันแบบ 'ผลัดกันรุกผลัดกันรับ' คือการจัดสรรทรัพยากรบนแทร็กที่เหมาะสมที่สุด:
- การปรับจูนระบบส่งกำลัง (Power Unit Optimization): แม้ระบบจะมีความแตกต่างจากปัจจุบัน แต่เป็นเพียงประเด็นด้านการปรับแต่งค่าพารามิเตอร์เพื่อความสมบูรณ์แบบ
- พลศาสตร์การแซง (Overtaking Dynamics): การเปรียบเทียบกับการแข่งขัน Karting แสดงให้เห็นถึงการรักษาตำแหน่งที่ยืดหยุ่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาแต่เป็นเรื่องของ Logistics บนสนามแข่ง
- การขจัดข้อบกพร่องทางเทคนิค (Technical Eradication): การแก้ไขช่องโหว่ในกฎระเบียบโดย FIA จะช่วยลดภาระด้านการจัดการพลังงานของผู้ขับขี่
ผลกระทบต่อเพดานงบประมาณและกลยุทธ์ในสนาม
ก่อนการแข่งขันที่ Miami Grand Prix หมายเลข 63 ได้ระบุว่าการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยในข้อบังคับจะช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management) โดยเฉพาะในช่วง Qualifying Lap ซึ่งจะช่วยให้ตัวรถสามารถทำความเร็วสูงสุดในทางตรงได้โดยไม่ต้องเผชิญกับบทลงโทษจากการลดความเร็วเพื่อประหยัดพลังงาน (Lift-off)
ในมุมมองของนักบัญชีและผู้ตรวจสอบความสอดคล้อง นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เน้นการเผาผลาญเชื้อเพลิงไปสู่ยุคแห่งการบริหารจัดการ Electrical Recovery Systems ซึ่งหากทีมใดสามารถคำนวณค่า Degradation Curves และ Fuel-load Penalties ได้แม่นยำที่สุด ทีมนั้นย่อมได้เปรียบในเชิงเศรษฐศาสตร์การแข่งขันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้