ค่ำคืนที่แสงไฟนีออนพร่าเลือนเหนือสมรภูมิ Glasgow
ก่อนเสียงนกหวีดแรกจะดังขึ้น แสงสนธยาเหนือ Hampden Park ถูกฉาบด้วยสีเทาหม่นของเมฆฝนที่ตั้งเค้า แสงไฟจากเสาสปอร์ตไลท์สาดลงมายังผืนหญ้าด้วยความเข้มข้นที่ดูประหลาด มันไม่ใช่แสงที่ให้ความหวัง แต่เป็นแสงที่เน้นย้ำถึงรอยแยกบนคอนกรีตและกลิ่นน้ำมันดีเซลที่โชยมาจากสถานีรถไฟใกล้เคียง ในบรรยากาศที่หนักอึ้งนี้ Celtic ก้าวลงสนามด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ในทุกจังหวะการหายใจ
พายุที่เริ่มตั้งเค้าและรอยร้าวในแนวรับ
เกมเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่อึดใจ Daizen Maeda ก็ทำให้แฟนบอลส่งเสียงกึกก้องจนแสบแก้วหู เขาพุ่งเข้าหา Ryan Mullen ผู้รักษาประตูของ St Mirren ราวกับเงาที่ตามหลอกหลอน ลูกเตะสกัดชนเข้ากับร่างกายของเขาแล้วปลิ้นกลับเข้าไปซุกก้นตาข่าย มันเป็นประตูที่เกิดจากสัญชาตญาณดิบและความดื้อรั้นเพียวๆ Celtic ออกนำ 1-0 ตั้งแต่เข็มนาฬิกายังเดินไม่ครบนาที
ความอ่อนล้าเริ่มปรากฏบนใบหน้าของนักเตะ St Mirren เมื่อต้องเสีย Ryan Mullen จากอาการบาดเจ็บในนาทีที่ 15 ทิ้งให้ Grant Tamosevicius มือกาววัยเพียง 17 ปีต้องลงมาเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์กลางสนามหญ้า แม้เด็กหนุ่มจะเซฟลูกยิงของ Benjamin Nygren และ Daizen Maeda ได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่โครงสร้างของพวกเขาก็เริ่มสั่นคลอน
ก่อนจบครึ่งแรก Anthony Ralston ตอกย้ำความเหนือกว่าด้วยลูกยิงที่พุ่งเสียบคานอย่างงดงามจากการประสานงานที่ซับซ้อนราวกับพิมพ์เขียวของโรงงานอุตสาหกรรม Celtic นำห่าง 2-0 แต่ในสายตาของ Martin O’Neill ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างสนาม เขารู้ดีว่าความเงียบสงบนี้คือลางบอกเหตุของพายุ
ความพินาศที่มาพร้อมกับเสียงนกหวีดสุดท้าย
ครึ่งหลัง St Mirren กลับมาด้วยแววตาของคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย Mikael Mandron โหม่งประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 53 ก่อนจะสร้างโศกนาฏกรรมให้กองเชียร์ Celtic ในนาทีที่ 90 เมื่อเขาวิ่งแซงแนวรับที่เชื่องช้าและอ่อนแรงของ Hoops เข้าไปซัดประตูตีเสมอ 2-2 ส่งเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมฝั่งสีเขียวขาว
120 นาทีแห่งการพิพากษา
ในช่วงต่อเวลาพิเศษ Celtic กลับฟื้นคืนชีพราวกับเครื่องจักรที่ถูกเติมน้ำมัน Kelecho Iheanacho กระโดดขึ้นโหม่งลูกครอสของ James Forrest เข้าไปอย่างเด็ดขาดในนาทีที่ 95 (ฉาก: Iheanacho วิ่งไปดีใจที่มุมธง ท่ามกลางควันไฟแฟลร์สีเขียวที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มืดมิด) เพียงนาทีเดียวต่อมา Luke McCowan ก็ซ้ำเติมความบอบช้ำให้คู่แข่งด้วยประตูที่สี่
Iheanacho ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขาปั่นลูกโค้งสุดสวยในนาทีที่ 100 ก่อนที่ Benjamin Nygren จะสังหารประตูที่ 20 ของเขาในฤดูกาลนี้ในอีกสองนาทีถัดมา จบเกม Celtic ถล่มเอาชนะไป 6-2 ทิ้งให้ St Mirren นอนทอดร่างอยู่บนผืนหญ้าที่เปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา
ชัยชนะครั้งนี้ส่ง Celtic เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ Scottish Cup ไปพบกับ Dunfermline Athletic ของ Neil Lennon ในวันที่ 23 พฤษภาคม ค่ำคืนนี้จบลงด้วยเสียงเพลงที่ดังระงม แต่มันคือชัยชนะที่ทิ้งรอยแผลและความเหนื่อยล้าไว้ในทุกอณูของร่างกายนักเตะ