Gianni Infantino กับยุทธศาสตร์ขยายอาณาจักร FIFA
Gianni Infantino ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ FIFA กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังเปิดตัวแผนการขายสิทธิ์ทางการค้าของ World Cup ให้กับนักลงทุนภายนอกโดยไม่มีการปรึกษาหารือล่วงหน้า แผนการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายฐานรายได้และอำนาจที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งในปี 2016 ซึ่งเปลี่ยนภาพลักษณ์จากนักบริหารชาวสวิสผู้เรียบง่ายไปสู่ผู้นำที่พยายามวางตัวเทียบเท่าประมุขแห่งรัฐ
ความทะเยอทะยานของเขาเห็นได้ชัดจากการเพิ่มจำนวนทีมใน World Cup 2026 เป็น 48 ทีม และการผลักดันรายการ Club World Cup รูปแบบใหม่ที่มี 32 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน แม้ว่าแผนการบางอย่างเช่นการจัดฟุตบอลโลกทุก 2 ปีจะถูกพับเก็บไปเนื่องจากแรงต้าน แต่ความพยายามในการดึงเม็ดเงินจากกลุ่มทุนภายนอกยังคงเป็นหัวใจหลักในนโยบายของเขาเสมอมา
เส้นทางการครองอำนาจและแรงจูงใจเบื้องหลัง
คำถามสำคัญที่บรรดาผู้มีอำนาจในวงการฟุตบอลต่างสงสัยคืออะไรคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ Infantino ต้องการขยายทัวร์นาเมนต์อย่างไม่หยุดยั้ง ข้อสันนิษฐานแรกคือเรื่องของฐานเสียงทางการเมือง เนื่องจากการเพิ่มรายได้และนำเงินไปจัดสรรให้สมาคมสมาชิกช่วยสร้างความมั่นใจว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนในการดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งเขาก็ได้ทำการแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้วก่อนหน้านี้
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือรายงานจาก The Times ที่ระบุว่า Infantino อาจก้าวขึ้นเป็น CEO ของบริษัทใหม่ที่จะดูแลสิทธิประโยชน์เหล่านี้หลังจากลงจากตำแหน่งประธาน FIFA ซึ่งจะทำให้เขาได้รับค่าตอบแทนในระดับผู้บริหารองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่แทนที่จะเป็นเงินเดือนขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แม้ทาง FIFA จะออกมาปฏิเสธข่าวนี้ แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็ยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะแผนการสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ
ความสัมพันธ์กับผู้นำโลกและอิทธิพลทางการเมือง
Infantino เริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการคลุกคลีกับอดีตนักเตะชื่อดังหรือ FIFA Legends ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำระดับโลกอย่าง Vladimir Putin, เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ และมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ความสัมพันธ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการยกระดับสถานะของตนเองให้สูงขึ้นกว่าเพียงแค่ผู้บริหารกีฬาธรรมดา
“Gianni กำลังถลำลึกเกินไปในความสัมพันธ์กับ Trump และตอนนี้เขากำลังถูกเรียกเก็บส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ของ World Cup”
แหล่งข่าวระดับสูงในวงการฟุตบอลระบุว่าแผนการขายสิทธิ์ทางการค้าล่าสุดอาจไม่ใช่เพียงแค่ความทะเยอทะยานส่วนตัวของเขา แต่อาจเป็นผลพวงจากข้อตกลงทางการเมืองกับ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วมของทัวร์นาเมนต์ปี 2026 ความเสี่ยงของพันธมิตรทางการเมืองที่มักเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เช่นนี้ อาจนำไปสู่การสูญเสียการควบคุมเหนือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของฟุตบอลโลกในระยะยาว
สถานการณ์ล่าสุดและแรงต้านจากองค์กรฟุตบอล
ปัจจุบันแผนการขายหุ้นมูลค่ามหาศาลนี้กำลังถูกคัดค้านอย่างรุนแรง โดยเฉพาะจาก UEFA ที่มีรายงานว่าเตรียมดำเนินการทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสของดีลดังกล่าว ท่ามกลางความกังวลว่าการดึงกลุ่มทุนภายนอกเข้ามาจะทำให้โครงสร้างของฟุตบอลโลกเปลี่ยนไปตลอดกาลและส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันของลีกต่างๆ ทั่วโลก
แม้ว่า Infantino จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับ FIFA ได้ถึงสามเท่าในช่วงที่ผ่านมา แต่ความพยายามในการแปรรูปสิทธิ์ทางการค้าครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวที่เสี่ยงเกินไป การที่เขายังคงเดินหน้าขยายทัวร์นาเมนต์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมอบสิทธิ์จัด World Cup 2034 ให้ซาอุดีอาระเบียโดยไม่มีคู่แข่ง ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของการบริหารงานแบบเบ็ดเสร็จที่เน้นผลประโยชน์ทางการเงินและอำนาจเหนือจิตวิญญาณของเกมลูกหนัง