Spurs ทะยานพ้นขุมนรกโซนตกชั้น หลังบุกขยี้ Villa ถึงถิ่น
ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น แสงอาทิตย์อัสดงที่ Villa Park ฉาบไล้ลงบนอัฒจันทร์คอนกรีตเป็นสีส้มหม่น ตัดกับเงาทึมเทาของโครงสร้างเหล็กกล้า ราวกับเป็นลางบอกเหตุถึงฤดูกาลที่เต็มไปด้วยรอยร้าว Roberto de Zerbi กุนซือผู้มาพร้อมกับความกดดัน ได้ป่าวประกาศให้เหล่าขุนพล Tottenham Hotspur สยบเสียงวิจารณ์เน่าหนอนภายในสโมสร ในช่วงเวลาที่ฤดูกาลอันบอบช้ำนี้กำลังเดินทางมาถึงจุดที่ไม่อาจหวนคืน
นายใหญ่คนใหม่พูดถึงเมฆหมอกแห่งการมองโลกในแง่ร้ายที่ปกคลุม Spurs ขณะที่เขาพยายามกู้ซากเรือที่กำลังจะจม เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมการตกชั้นที่น่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์ Premier League
และเหล่านักเตะก็ตอบรับเสียงเพรียกหาแห่งจิตวิญญาณของกุนซือชาวอิตาเลียนด้วยการแสดงสดที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบปี พวกเขาบุกไปคว้าชัยเหนือ Aston Villa 2-1 อย่างสมศักดิ์ศรี ทะยานข้ามหัว West Ham หลุดพ้นจากโซนอันตรายได้สำเร็จ
จุดเปลี่ยนที่แท้จริง หรือเพียงภาพลวงตา?
รูปเกมที่ออกมามันช่างเด็ดขาดและแตกต่างจากสิ่งที่เคยเป็นมาก่อนการมาถึงของ De Zerbi เมื่อวันที่ 31 มีนาคม จนน่าตั้งคำถามว่า Spurs ร่างนี้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาตลอดทั้งฤดูกาล? และที่สำคัญกว่านั้น นี่คือวินาทีที่กระแสลมเปลี่ยนทิศในการหนีตายสู่ Championship ใช่หรือไม่?
ความพ่ายแพ้ของ West Ham ต่อ Brentford 0-3 เมื่อวันเสาร์ เหมือนเป็นการแง้มบานประตูแห่งโอกาสทิ้งไว้ และ De Zerbi ก็สั่งให้ลูกทีมพังประตูนั้นเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอายบางอย่างอบอวลอยู่ในอากาศตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม เมื่อรายชื่อของ Unai Emery นายใหญ่ Aston Villa ปรากฏออกมา—เขาเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 7 ตำแหน่งจากชุดที่แพ้ Nottingham Forest ในศึก Europa League รอบรองชนะเลิศนัดแรก
Emery พักตัวหลักอย่าง Ezri Konsa, Pau Torres, Lucas Digne และดาวยิงสูงสุดอย่าง Ollie Watkins ไว้ที่ม้านั่งสำรอง มันไม่ต่างอะไรกับจดหมายรักที่ส่งมาให้กำลังใจ Spurs ว่าสมาธิของทีมสิงห์ผยองนั้นไปจดจ่ออยู่กับการแก้มือกับ Forest ในวันพฤหัสบดีหน้าเสียหมดแล้ว
จิตวิญญาณที่ถูกปลุกขึ้นในซากปรักหักพัง
"มันเหมือนกับว่าพวกเราทุกคนกำลังนั่งร้องไห้และยอมรับชะตากรรมว่าตกชั้นไปแล้ว" De Zerbi กล่าวด้วยแววตาที่กร้าวระคาย (ตัดสลับไปที่ภาพใบหน้าอันเหนื่อยล้าของแฟนบอลในผับย่านลอนดอนเหนือ) "ไม่... ยังไม่ใช่ตอนนี้ เราต้องไปตายกันในสนาม พวกขี้แพ้เท่านั้นที่เอาแต่ร้องไห้และคิดลบ ผมไม่ต้องการคนแบบนั้นมาอยู่ใกล้ตัว"
ทุกคำพูดของเขาเหมือนกระสุนที่พุ่งเข้ากลางเป้า ความเชื่อมั่น, เอกภาพ และความดุดันที่เคยเป็นเหมือนภาษาต่างดาวสำหรับ Spurs ในซีซั่นนี้ กลับพุ่งพล่านไปทั่วทีม คู่หูแดนกลางอย่าง Joao Palhinha และ Rodrigo Bentancur คุมเกมเบ็ดเสร็จด้วยพละกำลังและชั้นเชิงที่เหนือกว่า
ในช่วงเวลาที่ทีมดูเหมือนจะแตกสลายภายใต้การนำของ Thomas Frank และกุนซือขัดตาทัพอย่าง Igor Tudor ภาพที่ปรากฏในวันนี้กลับตรงกันข้าม Bentancur กำหมัดสะใจหลังสกัดบอลได้ในเขตโทษก่อนจะได้รับอ้อมกอดจาก Kevin Danso ขณะที่ Palhinha ถึงกับได้รับจูบจากกองหน้า Randal Kolo Muani หลังโชว์ฟอร์มดุในครึ่งหลัง
"ผมรัก Palhinha ที่เป็นแบบนี้" De Zerbi ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ผมไม่ได้สั่งให้พวกเขาทำแบบนั้น แต่เมื่อผมเห็นแพสชั่นแบบนี้ ผมแทบจะคลั่ง"
แสงสุดท้ายที่ปลายอุโมงค์
Conor Gallagher ประเดิมประตูแรกให้กับสโมสรนับตั้งแต่ย้ายมาจาก Atletico Madrid เมื่อเดือนมกราคม เป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับมิดฟิลด์ที่ De Zerbi นิยามว่า "เหมือนมีผู้เล่น 12 คนในสนาม" ก่อนที่ Richarlison จะโหม่งประตูที่สองตอกฝาโลง แม้ Emi Buendia จะยิงคืนให้เจ้าบ้านในช่วงทดเจ็บ แต่มันก็สายเกินไปที่จะสั่นคลอนความมุ่งมั่นของ Spurs
ท่ามกลางฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมและกลิ่นอายของความล้มเหลว เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจที่ Villa Park หลังสิ้นเสียงนกหวีด อาจเป็นสัญญาณว่าแสงแห่งการรอดพ้นจากขุมนรกกำลังรำไรอยู่ไม่ไกล