ไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล แต่นี่คือละครหลังข่าวชัดๆ
เกมที่ Manchester City ตบ Arsenal เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บอกเลยว่ามันหยดติ๋งยิ่งกว่าดูซีรีส์เกาหลี คือตอนแรกดิฉันก็นึกว่าจะมานั่งจ้องหน้ากันแบบระแวงระวัง ที่ไหนได้ ใส่กันยับแบบไม่เกรงใจค่าไฟสนามเลยค่ะ
เอาจริงนะ ดิฉันนึกว่าทีมที่ต้องชนะอย่าง Manchester City จะเป็นฝ่ายเปิดโหมดไล่ล่าอยู่ฝ่ายเดียว แล้วทีมของ Mikel Arteta จะมาในทรงตั้งรับรอพายุสงบ แต่ที่ไหนได้ พอ Arsenal ตีเสมอได้ปุ๊บ Manchester City มีอาการหูอื้อไปพักใหญ่เลยเหมือนกันนะ
Arsenal รอบนี้ไม่ได้ 'ปอดแหก' นะจ๊ะ
ใครที่ชอบแซะว่า Arsenal พอถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแล้วชอบ 'ปอดแหก' หรือ bottle it บอกเลยว่านัดนี้ใช้คำนั้นไม่ได้ค่ะ ถึงผลจะน่าผิดหวัง แต่ถ้ามานั่งเปิดเทปดูตอนใจเย็นๆ จะเห็นเลยว่าพวกเขาสู้ยิบตา โดยเฉพาะครึ่งหลังที่บุกใส่ Manchester City จนเกือบจะได้ประตูคืนหลายครั้ง Gabriel ก็โหม่งชนเสา ส่วน Eberechi Eze นี่ก็เกือบจะทำแสบ ถ้าลูกนั้นมันกลิ้งเข้าเส้นไป ป่านนี้เราคงพูดว่า Arsenal แชมป์แบเบอร์ไปแล้ว
แต่ก็นั่นแหละค่ะ ปัญหามันอยู่ที่ 'ใจ' นัดที่แพ้ Bournemouth คาบ้านอาทิตย์ก่อนน่ะ พลังงานมันหายไปไหนหมด? พอไปเยือน Etihad Stadium ดันวิ่งลืมตาย ดิฉันว่ามันเป็นเรื่องของทัศนคติล้วนๆ คือพอเจอทีมใหญ่เราก็ตื่นตัว แต่พอเจอทีมที่คิดว่า 'เราเจ๋งกว่า' มันเลยมีความชิลล์จนพังอย่างที่เห็น
Pep Guardiola กับสูตรสำเร็จที่ (บังเอิญ) ลงตัว
ในขณะที่ Arsenal เริ่มมีอาการเลิ่กลั่ก ดิฉันสังเกตเห็นว่า Pep Guardiola ดูเหมือนจะเจอ '11 ตัวจริงในฝัน' ของเขาแล้ว ซึ่งปกติลุงแกชอบหมุนเวียนนักเตะจนแฟนบอลปวดหัว (หรือที่เรียกว่า Pep Roulette นั่นแหละ) แต่ 3 นัดหลังสุด แกแทบไม่เปลี่ยนทีมเลย ยกเว้นตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ใช้ James Trafford ลงเฝ้าเสาในบอลถ้วย
ไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจ แต่ตอนนี้แนวรุก 4 คนของเขามันคลิกกันมาก ส่วนมิดฟิลด์คู่กลางอย่าง Rodri กับ Bernardo Silva นี่คือความสวยงามของฟุตบอลชัดๆ ใครจะไปหยุดไหว? แถมยังมี Erling Haaland ที่พร้อมจะโผล่มาปิดบัญชีทุกเมื่อ
3 เหตุผลที่ดิฉันเทใจให้เรือใบสีฟ้า:
- ความสด: พอตกรอบบอลยุโรปปุ๊บ ร่างกายก็เฟรชปั๊บ ไม่ต้องบินไปบินมาให้เหนื่อย
- ทีมที่ลงตัว: 11 ตัวจริงตอนนี้คือมองตาก็รู้ใจ ไม่ต้องปรับจูนอะไรเยอะ
- ความเก๋า: พวกเขาเคยผ่านจุดนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ความกดดันทำอะไรไม่ได้เลย
แฟนปืนใหญ่ตอนนี้... สั่นยิ่งกว่าลูกแมว
ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ Arsenal แพ้มาสองนัดติด ความมั่นใจที่เคยพกมาเต็มกระเป๋ามันเริ่มรั่ว แฟนบอลใน Emirates Stadium ตอนนี้ก็นั่งลุ้นกันจนตัวสั่นเป็นลูกแมวโดนน้ำเย็น ความกังวลจากอัฒจันทร์มันส่งต่อถึงนักเตะได้นะคะ
ผิดกับ Manchester City ที่เล่นแบบคนไม่มีอะไรจะเสีย แถมยังมี DNA ความเป็นผู้ชนะแบบที่ Sir Alex Ferguson เคยปลูกฝังไว้ที่ Manchester United คือ 'ยิงได้แล้ว ต้องยิงอีก' ไม่มีการมานั่งอุดให้เสียเวลา ดูอย่าง Rayan Cherki สิ เล่นเหมือนมาวิ่งเล่นในสวนหลังบ้าน สบายใจเฉิบ!
สรุปสั้นๆ จากใจรัตนา: Arsenal ยังมีลุ้นนะถ้าชนะรวด 5 นัดที่เหลือ แต่ชั่วโมงนี้ Manchester City เขามาทรง 'นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว' จริงๆ ค่ะคุณขา!