บทเรียนซ้ำรอยที่เจ็บปวด
ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของมหานครนิวยอร์ก Philadelphia 76ers กลับก้าวลงสู่สนามด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากภาพหลอนในซีรีส์ที่แล้วกับ Boston Celtics — นั่นคือการถูกไล่ต้อนจนมุมตั้งแต่นกหวีดเริ่มดัง
แม้พวกเขาจะเคยสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกกลับมาคว้าชัยได้หลังจากโดนถล่มเละเทะในเกมแรกของรอบก่อน แต่ในค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ณ Madison Square Garden พวกเขาต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายอีกครั้ง เมื่อ New York Knicks เปิดโหมดเพชฌฆาตไล่ถล่มไปแบบไม่ไว้หน้าด้วยสกอร์ 137-98 ในศึก Eastern Conference semifinals เกมที่ 1
“มันก็เหมือนซีรีส์ที่แล้วนั่นแหละครับ พวกเขาไม่ได้แต้มพิเศษอะไรจากการชนะขาดลอยในคืนนี้” Paul George ฟอร์เวิร์ดจอมเก๋าของทีมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น “เราจะกลับมาพร้อมสำหรับ Game 2”
ร่างกายที่อ่อนล้ากับใจที่ยังสู้
ดูเหมือนว่า Joel Embiid และขุนพล 76ers จะตกอยู่ในสภาพ ‘ถังเบียร์ว่างเปล่า’ หลังจากเพิ่งกรำศึกหนักใน Game 7 ที่ Boston มาเพียงสองคืนก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่ 14 ใน NBA ที่พลิกนรกจากตามหลัง 3-1 กลับมาเข้ารอบได้สำเร็จ Nick Nurse เฮดโค้ชของทีมยอมรับก่อนเกมว่าเขาไม่รู้เลยว่าการพักน้อยจะส่งผลอย่างไร บางครั้งการเล่นต่อเนื่องตอนกำลังมั่นใจก็เป็นเรื่องดี แต่ความจริงในสนามกลับพิสูจน์ให้เห็นในทางตรงกันข้าม
“เราอ้างอะไรไม่ได้หรอก นั่นคือเรื่องจริง” Nick Nurse กล่าว “เรารู้อยู่แล้วว่ามันอาจจะยากลำบาก แต่คุณไม่มีทางลงสนามไปพร้อมกับบอกว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น คุณต้องปล่อยให้เกมมันดำเนินไปและเผชิญหน้ากับมัน”
สถิติที่เกือบถูกจารึกในทางที่ผิด
76ers เกือบจะทำลายสถิติการแพ้ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์เพลย์ออฟของสโมสร ซึ่งเคยทำไว้ที่ 121-81 เมื่อครั้งเจอกับ Boston Celtics ในปี 1982 แต่หากจะมองหาแสงสว่างในความมืดมิด ในปีนั้นพวกเขาก็ยังพลิกกลับมาชนะซีรีส์ได้ ซึ่งอาจจะเป็นลางดีในคืนที่เลวร้ายเช่นนี้
ความพ่ายแพ้ต่อ New York Knicks ครั้งนี้ดูจะหนักหนาพอๆ กับตอนที่พวกเขาแพ้ Celtics ในเกมแรกถึง 32 แต้ม และแพ้อีกครั้งในเกมที่ 4 ด้วยแต้มเท่ากันตอนที่ Joel Embiid เพิ่งหายจากการผ่าตัดไส้ติ่ง พวกเขารู้ดีว่าตัวเองมีทักษะในการ ‘ตะเกียกตะกาย’ ขึ้นจากหลุม แต่ปัญหาคือ Knicks ไม่รอช้าที่จะถีบพวกเขาลงไปในหลุมที่ลึกกว่าเดิม
เมื่อเครื่องจักรสีส้มทำงานสมบูรณ์แบบ
New York Knicks ออกนำห่างถึง 74-51 ตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง ด้วยเปอร์เซ็นต์การยิงที่แม่นยำถึง 65.9% สิ่งเดียวที่พอจะเป็นข่าวดีสำหรับ 76ers คือเกมมันขาดลอยเสียจน Nick Nurse สามารถพักตัวหลักที่กรำศึกหนักมาอย่างยาวนานได้เร็วขึ้น
- Joel Embiid ลงเล่นไปเพียง 24 นาที ทำได้ 14 แต้มจากการยิงลงเพียง 3 จาก 11 ครั้ง
- Tyrese Maxey เจ้าของรางวัล Most Improved Player ที่เฉลี่ย 26.9 แต้มในรอบแรก กลับหาห่วงไม่เจอจนกระทั่งผ่านไป 5 นาทีในควอเตอร์ที่สอง จบเกมด้วยผลงาน 13 แต้ม
- New York Knicks อาศัยจังหวะที่ Joel Embiid เคลื่อนที่ได้จำกัด โจมตีด้วยลูกยิงวงนอกที่ว่างเปล่าและทำแต้มจาก fast-break เหนือกว่าถึง 16-3
“ใช่ครับ คืนนี้เรามีข้อผิดพลาดเยอะมาก แต่พวกเขาก็ยิงกันแม่นแบบบ้าคลั่งจริงๆ” Paul George ยอมรับ “มือพวกเขาขึ้นกันทุกคน”
แม้ Paul George จะไม่ยอมใช้ความเหนื่อยล้าเป็นข้ออ้าง แต่เขาก็ยอมรับว่าทีมต้องเจอกับสภาวะ ‘รถไฟเหาะทางอารมณ์’ (mental rollercoaster) อย่างหนัก “คุณเพิ่งผ่าน Game 7 มา พักแค่วันเดียว แล้วต้องลงสนามต่อทันที มันมีความล้าสะสมจากการพยายามเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคู่ต่อสู้ถัดไป แต่เราควรจะทำได้ดีกว่านี้”
บททดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นในเกมถัดไป ว่า 76ers จะยังคงเป็นราชาแห่งการคัมแบ็ก หรือจะเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะของ Knicks ในปีนี้