NEW YORK — 22:14 น. ท้องฟ้าเหนือ Manhattan หนาหนักด้วยเมฆสีตะกั่ว กลิ่นฝนปนควันท่อไอเสียลอยคลุ้ง แสงไฟนีออนจาก Madison Square Garden สะท้อนบนพื้นถนนที่เปียกชื้นเหมือนคราบน้ำมัน
สถาปัตยกรรมที่พังทลาย
เหล่า Cavaliers กำลังฝากลมหายใจสุดท้ายไว้กับคอนเซปต์เดียว: 'กระบวนการ' (process) พวกเขาเชื่อว่าแผนการปล้นครั้งนี้วางมาดีแล้ว แม้ผลลัพธ์จะลงเอยด้วยการนองเลือดบนกระดานคะแนนก็ตาม
Cavs ปราชัยยับเยิน 109-93 ใน Game 2 ปล่อยให้ Knicks กุมอำนาจเบ็ดเสร็จใน Eastern Conference Finals ด้วยการนำห่าง 2-0 เกม ซีรีส์นี้กำลังย้ายวิกาลไปที่ Cleveland สู่สังเวียน Rocket Arena ที่ซึ่งพวกเขาต้องพยายามรักษาชีวิตในเพลย์ออฟด้วยความเชื่อที่ว่า 'ความผันผวน' ของลูกยิงจะหันกลับมาเข้าข้างพวกเขาในที่สุด
ตัวเลขที่ไม่เคยโกหก (แต่บางครั้งก็หลอกลวง)
ใน Game 2 พวกเขาเสีย turnovers ไปแค่ 8 ครั้ง—ตัวเลขที่สะอาดสะอ้านราวกับประวัติอาชญากรรมที่ถูกลบ พวกเขาชนะการรีบาวด์ 42-40 แย่งชิงพื้นที่ใต้แป้นมาได้เหมือนเจ้าพ่อคุมถิ่น การเลือกจังหวะยิงก็ดูดี ทุกองค์ประกอบที่จะนำไปสู่ชัยชนะถูกจัดวางไว้ในหมวดบวก แต่แล้ว 'หายนะ' จากการยิงประตูที่บิดเบี้ยวก็เผาทำลายทุกอย่างจนวอดวาย
Cavs ยิงจากฟิลด์โกลได้เพียง 38.8% และจากระยะ 3 แต้มแค่ 25.7% เปิดทางให้ Knicks ควบตะบึงหนีไปไกลหลังจากที่เคยสร้างประวัติศาสตร์พลิกนรกใน Game 1 มาแล้ว
"ผมคิดว่าเรามีจังหวะส่องสวยๆ เยอะมาก ทั้งจากระยะ 3 แต้มและที่ห่วง—ผมเชื่อว่ากระบวนการของเรามันถูกต้อง" Kenny Atkinson เฮดโค้ชของ Cavs กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนนักสืบที่กำลังชันสูตรศพ "เราดูแลบอลได้ดี รีบาวด์เกมรุกได้ แต่วันนี้มันแค่ไม่ใช่คืนที่ยิงลง สุดท้ายแล้วคุณต้องส่งบอลลงห่วงให้ได้ นั่นคือความจริง"
เสียงสะท้อนจากห้องแต่งตัว
กระบวนการน่ะมี แต่ผลลัพธ์น่ะไม่มี นั่นคือข้อความที่ถูกส่งต่อในห้องแต่งตัวที่อบอวลด้วยกลิ่นเหงื่อและสาบความพ่ายแพ้
"กระบวนการของเราคืนนี้มันถูกแล้ว ผมไม่โกรธกับสิ่งที่เราทำในเกมรุกเลย" Donovan Mitchell ผู้ทำแต้มสูงสุดของทีม 26 คะแนนกล่าว
หลังจากโดนพายุ 22-0 รันใส่ในควอเตอร์สี่ของ Game 1 คราวนี้ Knicks จัดหนักอีกรอบด้วยการรัน 18-0 ในควอเตอร์สามของ Game 2 จน Cavs เสียศูนย์และกู้ไม่กลับ หาก Game 1 คือการอาละวาดของ Jalen Brunson ที่ระเบิดพลังราวกับนิวเคลียร์ Game 2 ก็คือความเงียบงันของเกมรุก Cleveland ที่ส่งบอลไปไม่ถึงดวงดาวเอง
"ผมไม่อยากพูดซ้ำซากนะ แต่ถ้าเรายิงลงมากกว่านี้อีกนิด [เราคงหยุดช่วงรันของพวกเขาได้]" Mitchell ย้ำ "เราทำเรื่องดีๆ ไว้เยอะ ผมรู้ว่าสกอร์มันออกมายังไง และแฟนบาสขาจรคงไม่มองแบบนั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการของเรามันใช่ เราเคลื่อนที่ด้วยเจตนาที่ถูกต้อง เล่นตามแผนที่ควรจะเป็น แต่บางครั้งลูกบาสมันก็ไม่กระดอนมาหาเรา และพวกเขาก็ยิงลงด้วย"
หลังพิงฝาในสมรภูมิเดิม
น่าประหลาดที่แม้ Cavs จะอยู่ห่างจาก NBA Finals เพียงแค่ 4 เกม แต่พวกเขากลับคุ้นเคยกับสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ดี พวกเขาเคยตามหลัง 0-2 ในรอบสองกับ Detroit Pistons และในรอบแรกพวกเขาก็เคยชนะสองเกมแรกก่อนจะไปแพ้รวดนอกบ้านจนต้องกลับมาตัดสินในถิ่น
นี่เป็นครั้งที่สามในเพลย์ออฟปี 2026 ที่ Cavs ต้องพยายามกู้เรือที่กำลังจมใน Rocket Arena หลังจากแพ้นอกบ้านสองนัดติด และในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ พวกเขาเคยพลิกนรกจากตามหลัง 0-2 กลับมาชนะซีรีส์ได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น: ปี 2007 กับ Pistons, ปี 2016 กับ Warriors และปี 2018 กับ Celtics
ตอนนี้พวกเขาต้องทำมันให้ได้อีกครั้ง... สองซีรีส์ติดต่อกัน
"นี่แหละคือวิถีเพลย์ออฟของเรา" Jarrett Allen เซ็นเตอร์ร่างยักษ์ที่ทำดับเบิล-ดับเบิล 13 แต้ม 10 รีบาวด์กล่าว "หลังเราพิงฝา เราชอบทำให้เรื่องมันน่าตื่นเต้น ชอบให้ทุกคนเครียดว่าเกมหน้าจะเป็นยังไง... ตอนนี้เราแค่ต้องรักษาบ้านของเราไว้ให้ได้"