Don Nelson อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนระดับตำนานและแชมป์ NBA 5 สมัย เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในวัย 86 ปี โดยมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะโค้ชที่ชนะเกมฤดูกาลปกติมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก
Don Nelson คือใครและมีความสำคัญอย่างไรต่อวงการบาสเกตบอล?
Don Nelson คือบุคคลระดับตำนานของ NBA ที่ประสบความสำเร็จทั้งในฐานะผู้เล่นและโค้ช โดยเขาคว้าแชมป์ NBA 5 สมัยร่วมกับ Boston Celtics และได้รับรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี (Coach of the Year) ถึง 3 ครั้ง Nelson ได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศ Basketball Hall of Fame ในปี 2012 และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ปฏิวัติกลยุทธ์เกมบุกที่เรียกว่า "Nellie Ball" ซึ่งเน้นความเร็วและการใช้ผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่ในตำแหน่งที่คาดไม่ถึง
เส้นทางอาชีพจากนักบาสสู่โค้ชผู้ทรงอิทธิพล
Nelson เริ่มต้นอาชีพในฐานะ นักบาส ตำแหน่งฟอร์เวิร์ด โดยถูกดราฟต์เข้าสู่ทีม Chicago Zephyrs ในปี 1962 ก่อนจะสร้างชื่อเสียงระยะยาวกับ Boston Celtics ซึ่งเขาทำสถิติเฉลี่ย 11.4 แต้ม และ 5.2 รีบาวด์ ตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งในบอสตัน อย่างไรก็ตาม ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาเกิดขึ้นหลังจากการวางมือจากการ เล่นบาส และก้าวเข้าสู่บทบาทผู้ฝึกสอน
เขาเริ่มต้นคุมทีม Milwaukee Bucks นานกว่าทศวรรษและชนะไปถึง 540 เกม ก่อนจะย้ายไปคุมทีม Golden State Warriors, New York Knicks และ Dallas Mavericks โดยผลงานที่น่าจดจำที่สุดคือการนำทีม Warriors (อันดับ 8) พลิกล็อกเอาชนะ Mavericks (อันดับ 1) ในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการพลิกโผครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA
นวัตกรรม 'Nellie Ball' และการวางรากฐานบาสเกตบอลสมัยใหม่
แม้ Nelson จะไม่เคยคว้าแชมป์ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน แต่เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะด้านแท็กติก เขาเป็นผู้ริเริ่มใช้ระบบ "Point Forward" โดยให้ผู้เล่นตัวใหญ่ทำหน้าที่ถือบอลและจ่ายบอลเพื่อสร้างความได้เปรียบในการประกบตัว (Mismatch) นอกจากนี้เขายังเป็นผู้บุกเบิกการเล่นแบบ Small-ball ที่เน้นความคล่องตัวและการยิง 3 แต้ม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของทีม Warriors ในยุคต่อมาที่มี Draymond Green เป็นแกนหลัก
Nelson ปิดฉากอาชีพโค้ชหลังจบฤดูกาล 2009-10 ซึ่งเป็นปีแรกของ Stephen Curry ในลีก โดยเขาทิ้งสถิติชนะในฤดูกาลปกติไว้ที่ 1,335 เกม ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล ก่อนจะถูกทำลายลงโดย Gregg Popovich ในเวลาต่อมา
การวิเคราะห์ภาระภาษีฟุ่มเฟือย (Luxury Tax) ของทีมในอนาคต
ในเชิงการบริหารจัดการทีม การใช้นวัตกรรม Small-ball ของ Nelson ช่วยให้ทีมสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในตำแหน่งเซ็นเตอร์ดั้งเดิมที่มีราคาสูงได้ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากโครงสร้างเพดานเงินเดือนในปัจจุบัน การมีผู้เล่นอเนกประสงค์ (Versatile Players) ระดับสตาร์มักนำไปสู่การจ่ายภาษีฟุ่มเฟือยที่สูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าทีมที่เดินตามรอยปรัชญาความเร็วของ Nelson จะต้องเผชิญกับภาระภาษีสะสม (Repeater Tax) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-20% ในอีก 3 ปีข้างหน้า หากยังคงรักษาขุมกำลังผู้เล่นสารพัดประโยชน์ไว้ในทีม