Cleveland. 22:14 น. ท้องฟ้าสีตะกั่วปกคลุมเมือง กลิ่นฝนปนคราบน้ำมันลอยคลุ้งในอากาศเย็นเยือก
Donovan Mitchell ไม่สบอารมณ์ เขารู้สึกเหมือนโดนปล้นกลางวันแสกๆ หลังจากจบ Game 1 ที่ Cleveland Cavaliers พ่ายให้กับ Detroit Pistons สถิติฟ้องว่าเขาได้ส่องลูกโทษเพียงแค่ 2 ครั้งตลอดทั้งเกม
“ผมแค่ไม่ได้รับเสียงนกหวีด” Mitchell กล่าวหลังจบเกมด้วยน้ำเสียงกร้านโลก “ผมไม่รู้ว่าทำไม ผมไม่ใช่พวกขี้พุ่ง (flop) บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผล... มันน่าหงุดหงิดนะ เพราะผมคือตัวไดรฟ์ที่ดุดันคนหนึ่ง”
ดุดัน? ใช่ เขาเคยเป็นแบบนั้น แต่ในเพลย์ออฟครั้งนี้ ร่องรอยความดุดันของเขากลับเลือนหายไปเหมือนรอยนิ้วมือที่ถูกเช็ดสะอาด
สถาปัตยกรรมที่ตีบตัน
ผ่านไป 8 เกมในเพลย์ออฟ Mitchell เลือกยิงในพื้นที่ restricted area เพียงแค่ 22% เท่านั้น (รั้งท้ายในระดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 40) ลองเทียบกับฤดูกาลปกติที่เขาทำไว้ 24% หรือย้อนไปเพลย์ออฟปีก่อนที่ทำถึง 30% สิ นี่คือการดิ่งเหวที่น่าใจหาย และมันส่งผลชัดเจนในเกมปะทะ Detroit Pistons
จากลูกยิง 19 ครั้งของ Mitchell มี 9 ครั้งที่เกิดขึ้นในเขตโทษ แต่มีเพียง 'ครั้งเดียว' เท่านั้นที่ไปถึงห่วง
ภาพฟุตเทจฟ้องความจริงที่เจ็บปวด ในจังหวะบุกส่วนใหญ่ เขาเลือกที่จะเลี่ยงการปะทะ หรือรีบปล่อยบอลออกจากมือก่อนที่ตัวประกบจะเข้าถึงตัว นั่นคือเหตุผลที่ลูกยิงส่วนใหญ่ไปกองอยู่ที่ระยะ 5-10 ฟุต แทนที่จะเป็นการเลย์อัพจ่อๆ กลิ่นอายของความลังเลมันโชยออกมาชัดเจนพอๆ กับกลิ่นแว็กซ์เคลือบพื้นสนาม
บทเรียนจากนักต้มตุ๋นมืออาชีพ
คุณไม่จำเป็นต้องไปถึงห่วงเพื่อเรียกฟาวล์ก็ได้ James Harden พิสูจน์ให้เห็นใน Game 1 ด้วยการสอยลูกโทษไป 9 ครั้ง เขาคือปรมาจารย์ด้านนี้ แม้ความเร็วจะตกไปบ้าง แต่ Harden ไม่เคยกลัวที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม 'ปะทะ' ก่อน เขาเดินหน้าเข้าหาแรงกระแทกเหมือนนักเลงคุมซอย นั่นคือเหตุผลที่เขาได้ไปยืนที่เส้นลูกโทษตลอดอาชีพการทำงาน
แต่ปัญหาของ Cavs ไม่ได้อยู่ที่ตัว Mitchell คนเดียว มันคือ claustrophobic architecture หรือโครงสร้างเกมบุกที่ชวนอึดอัด การส่ง Dean Wade, Evan Mobley และ Jarrett Allen ลงสนามพร้อมกัน คือการฆ่าตัวตายในแง่ของพื้นที่ (spacing) เมื่อมีผู้เล่น 2-3 คนที่คู่แข่งกล้าปล่อยทิ้งไว้ที่วงนอก เลนการไดรฟ์ก็ถูกปิดตายเหมือนซอยตัน นำไปสู่การเสีย turnover ที่ไม่ควรเสีย
ทางตันของซูเปอร์สตาร์
นี่คือการเดิมพันที่ Cleveland Cavaliers กำลังจะแพ้ พวกเขาหวังว่าแผงหลังระดับดาราจะหาทางเจาะเกมป้องกันที่หนาแน่นนี้ได้ แต่จนถึงตอนนี้ Mitchell ยังทำไม่ได้
- แต้มเฉลี่ยในเพลย์ออฟ (23.1) ต่ำเป็นอันดับสองในอาชีพ
- ประสิทธิภาพการยิง (49.5 effective field-goal percentage) ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมา Cleveland
เมื่อ Mitchell ทำแต้มไม่ได้ จุดอ่อนอื่นๆ ก็โผล่มาให้เห็นชัดเจน ทั้งการรีบาวด์ การป้องกัน หรือการสร้างสรรค์เกม ผลลัพธ์คือ Cavs มีสถิติ -3.2 points per 100 possessions เมื่อเขาอยู่ในสนามเทียบกับตอนนั่งพัก นี่คือเรื่องราวที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หาก Mitchell และทีมงานยังหาทางเจาะเข้าไปกินนิ่มข้างในไม่ได้ ฤดูกาลนี้ของ Cavs คงจบลงเร็วกว่าที่คิด เพราะทีมนี้ไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้ ถ้ามือปืนเบอร์หนึ่งของพวกเขาไม่สามารถรีดฟอร์มระดับ All-NBA ออกมาได้ทันเวลา