Philadelphia. 19:42 น. ท้องฟ้าสีตะกั่วปกคลุมเมือง ลมกระโชกแรงหอบเอาความชื้นจากแม่น้ำ Delaware เข้ามาปะทะผิวหน้า อุณหภูมิลดฮวบเหลือ 4 องศาเซลเซียส กลิ่นฝนเจือปนกับกลิ่นยางมะตอยเย็นชืด
อาณาเขตที่ถูกคุกคาม
ในโลกของบาสเกตบอล NBA สนามเหย้าคือป้อมปราการ แต่วันนี้ Joel Embiid กำลังรู้สึกเหมือนมีรอยร้าวในกำแพงเมือง กลิ่นขี้ผึ้งขัดพื้นไม้ปาร์เกต์ใน Wells Fargo Center ยังคงเดิม แต่บรรยากาศกลับเริ่มเปลี่ยนไป มันมีความแปลกปลอมคืบคลานเข้ามา
จอมทัพร่างยักษ์ของ Philadelphia 76ers ไม่ได้ออกมาบ่นเรื่องแผนการเล่น หรือตำหนิการตัดสินของกรรมการ แต่เขากำลังพูดถึง 'การบุกรุก'
แผนปล้นชัยในคราบแฟนบาส
"ผมมีข้อความสั้นๆ ถึงแฟนๆ ของเรา" Joel Embiid เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาหนักแน่นเหมือนเสียงฝีเท้าบนพื้นไม้ "ครั้งล่าสุดที่เราเจอ Knicks ความรู้สึกมันเหมือนเรากำลังเล่นอยู่ใน Madison Square Garden สาขาตะวันออก แฟนๆ Knicks พวกเขาเดินทางเก่ง และพวกเขาพร้อมจะทุ่มเงินซื้อตั๋วทุกใบที่ขวางหน้า"
มันคือยุทธศาสตร์แบบ Heist Movie กองทัพสีส้ม-น้ำเงินจากนิวยอร์กไม่ได้แค่มาดูเกม แต่พวกเขามาเพื่อยึดครองพื้นที่ พวกเขาใช้เงินสดเป็นอาวุธ บีบให้เจ้าบ้านต้องขายสิทธิ์การเข้าชม แล้วเปลี่ยนอัฒจันทร์ให้กลายเป็นนรกสีส้มสำหรับเจ้าถิ่น
สถาปัตยกรรมแห่งความอึดอัด
Joel Embiid รู้ดีว่าแรงกดดันจากเสียงเชียร์คือ claustrophobic architecture หรือสถาปัตยกรรมแห่งความอึดอัดที่สามารถบีบคั้นคู่ต่อสู้ให้หายใจไม่ออก แต่ถ้าเสียงนั้นกลับกลายเป็นเสียงโห่ไล่ทีมตัวเองในบ้าน มันคือความปราชัยตั้งแต่บอลยังไม่ทันทิปออฟ
เขาจึงออกมาวิงวอน... ไม่ใช่ในฐานะนักกีฬา แต่ในฐานะเจ้าของถิ่นที่กำลังเห็นบ้านตัวเองถูกประมูลขาย Joel Embiid กระตุ้นให้เหล่าสาวก Philadelphia 76ers ยืนหยัด ต้านทานแรงดึงดูดของกำไรจากการขายตั๋วต่อ และรักษาศักดิ์ศรีของเมืองแห่งความรักพี่น้องเอาไว้ ก่อนที่ Philadelphia จะกลายเป็นเพียงเขตเช่าของชาวนิวยอร์ก