ปฐมบทแห่งการหวนคืนของสองตำนาน
เสียงนกหวีดสุดท้ายในค่ำคืนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ ย้อนกลับไปในปี 2012 เมื่อ LeBron James ในยูนิฟอร์ม Miami Heat สยบความห้าวของ Oklahoma City Thunder ลงได้สำเร็จ เพื่อคว้าแชมป์ NBA สมัยแรกในชีวิต โดยมีชายที่ชื่อ Kevin Durant ยืนมองด้วยความเจ็บปวดอยู่ฝั่งตรงข้าม
กาลเวลาผันผ่าน ทั้งคู่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในนัดชิงชนะเลิศปี 2017 และ 2018 เมื่อ Golden State Warriors ของ Durant ล้างตา Cleveland Cavaliers ของ James ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และในสุดสัปดาห์นี้ สองจอมถล่มสกอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคกำลังจะกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งใน postseason เมื่อ Houston Rockets ของ Durant มีคิวบุกไปเยือน Los Angeles Lakers ของ James ในเกมที่ 1 คืนวันเสาร์นี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งบทบันทึกสำคัญที่โลกบาสเกตบอลต้องจับตามอง
มากกว่าแค่การดวลตัวต่อตัว
“มันคือช่วงเวลาไพรม์ไทม์” Ime Udoka เฮดโค้ชของ Houston Rockets กล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย “สุดยอดผู้เล่นสองคนที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในระดับสูง แม้จะอยู่ในช่วงท้ายของอาชีพ พวกเขาเคยผ่านสงครามในเพลย์ออฟมาแล้ว แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักเพราะอยู่คนละสายกัน ดังนั้นการเจอกันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติศาสตร์ที่รอการเขียนเพิ่ม”
ในวัย 41 ปี James คือเจ้าของสถิติทำแต้มสูงสุดตลอดกาลของ NBA ขณะที่ Durant ในวัย 37 ปี รั้งอันดับ 5 แม้การพบกันครั้งที่ 4 นี้อาจจะเป็นการดวลกันครั้งสุดท้ายในฤดูใบไม้ผลิ หรืออาจเป็นเพลย์ออฟครั้งสุดท้ายของ James ใครจะรู้? แต่ทั้งคู่ต่างโฟกัสไปที่ภารกิจตรงหน้ามากกว่าจะเหลียวหลังมองอดีต
“มันยอดเยี่ยมเสมอที่ได้แข่งกับผู้เล่นที่เก่งกาจ” Durant เผย “คุณจะสัมผัสได้ถึงออร่าของพวกเขาในสนาม แม้จะไม่ได้ประกบกันโดยตรง แต่นักบาสทุกคนรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว คุณต้องมีทีมที่แข็งแกร่งเพื่อชัยชนะ... แต่ใช่ การดวลกันครั้งนี้มันสนุกแน่นอน สองผู้เล่นที่อยู่ในลีกมาอย่างยาวนาน แต่ทุกคนในซีรีส์นี้รู้ดีว่ามันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น”
บทพิสูจน์ของ 'ตัวประกอบ' ในวันที่สตาร์บาดเจ็บ
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่า 'ตัวช่วย' คือกุญแจสำคัญ Miami Heat เคยมีกลุ่มสามทหารเสือที่แกร่งเกินกว่า Oklahoma City Thunder รุ่นเยาว์จะต้านทานได้ และต่อมา Golden State Warriors ก็กลายเป็นทีมที่รวมดารามากที่สุดเมื่อ Durant ไปผนึกกำลังกับ Stephen Curry จนแม้แต่ James ก็ยังต้านไม่ไหว
ทว่าในครั้งนี้ สถานการณ์กลับตาลปัตร Houston Rockets ทีมอันดับ 5 ถูกมองว่าเป็นต่ออย่างเห็นได้ชัด เนื่องจาก Los Angeles Lakers ต้องเผชิญกับมรสุมอาการบาดเจ็บ พวกเขาเสียทั้ง Luka Doncic เจ้าของแชมป์ทำแต้ม และการ์ดฝีมือดีอย่าง Austin Reaves ไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และทั้งคู่ยังไม่มีกำหนดคืนสนาม
ขณะที่ James ต้องพยายามแบกทีมที่สภาพไม่สมบูรณ์ไปให้ไกลที่สุด ฝั่ง Houston Rockets กลับมีขุมกำลังที่สดใหม่กว่ารายล้อม Durant “เรารู้ดีว่าเขาคือหัวใจหลัก” James กล่าวถึง Durant “แต่นี่คือ Houston Rockets พวกเขามีผู้เล่นที่เก่งมากหลายคน มันไม่ใช่แค่ทีมของ KD เราต้องเตรียมตัวรับมือกับทั้งทีม ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว”
เดิมพันที่ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ
- การรอคอยของ Lakers: JJ Redick โค้ชของ Lakers ยอมรับว่าอาการบาดเจ็บของ Doncic (เอ็นร้อยหวาย) และ Reaves (กล้ามเนื้อท้อง) ต้องใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ “เราจะพยายามยื้อซีรีส์นี้ให้ยาวที่สุด เพื่อรอให้พวกเขากลับมา”
- ความประมาทคือหนทางสู่ความตาย: แม้จะเป็นต่อ แต่ Durant ยืนยันว่าห้ามประมาท Lakers ที่มีแต้มต่อในบ้านจากการชนะ 53 เกมในฤดูกาลปกติ “เราต้องให้เกียรติพวกเขาในฐานะผู้เล่นอาชีพ ถ้าเราปล่อยให้พวกเขาเล่นในเกมของตัวเอง พวกเขาจะสร้างผลกระทบที่รุนแรงแน่นอน”
- สงครามใต้แป้น: Redick เน้นย้ำลูกทีมเรื่องการรีบาวด์และการ box-out ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Houston Rockets ที่นำโด่งในสถิติรีบาวด์ของลีก (48.1 ครั้งต่อเกม) “ถ้าเราคุมบอลไม่ได้และไม่ช่วยกันกันคนออก เราไม่มีทางชนะซีรีส์นี้”