Mitchell Robinson จะลงเล่นใน NBA Finals ทั้งที่นิ้วก้อยหักหรือไม่
Mitchell Robinson เซนเตอร์ของ New York Knicks กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการลงเล่นรอบชิงชนะเลิศ NBA Finals หลังจากประสบอุบัติเหตุนิ้วก้อยมือขวาหัก ซึ่งเป็นมือข้างที่เขาใช้ชูตลูก แม้ทางต้นสังกัดจะไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัดว่าอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่การยืนยันว่าเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดและใส่เฝือกป้องกันขณะลงสนาม กลายเป็นประเด็นวิจารณ์ถึงประสิทธิภาพในการทำแต้มของเขา
สถิติการชูตลูกโทษของ Robinson ในช่วงเพลย์ออฟปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่น่ากังวลอย่างมาก โดยเขาสามารถชูตลงเพียง 13 จาก 43 ครั้ง คิดเป็นอัตราความสำเร็จเพียง 30.2% เท่านั้น การที่ นักบาส ร่างยักษ์รายนี้ต้องลงเล่นพร้อมเฝือกที่นิ้ว ยิ่งซ้ำเติมโอกาสในการทำแต้มจากเส้นลูกโทษให้ยากขึ้นไปอีกในเกมที่มีความกดดันสูง
Rick Barry เสนอทางออกด้วยการชูตลูกโทษแบบมือล่าง
Rick Barry ตำนาน Hall of Famer และ All-Star 12 สมัย ออกมาเสนอแนะให้ Robinson เปลี่ยนมาใช้เทคนิคการชูตแบบมือล่าง หรือ "Granny Style" เพื่อขจัดผลกระทบจากอาการบาดเจ็บ Barry ซึ่งมีสถิติชูตลูกโทษตลอดอาชีพสูงถึง 89.3% ยืนยันว่าเทคนิคนี้ได้รับการพิสูจน์ทางฟิสิกส์แล้วว่าช่วยให้ควบคุมทิศทางและวิถีโค้งของลูกบาสได้ดีกว่า โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นที่มีมือขนาดใหญ่
"อาการนิ้วหักแทบจะไม่มีผลเลยหากชูตแบบมือล่าง เพราะความรู้สึกและสัมผัสทั้งหมดมาจากนิ้วอื่น" Barry อธิบายถึงข้อดีเชิงชีวกลศาสตร์ "คุณแค่เหวี่ยงแขนแล้วปล่อยให้ลูกกลิ้งออกจากมือตามแรงส่ง นิ้วก้อยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เลย มันเป็นสิ่งที่เขาสามารถทำได้ทันที"
เหตุใดนักกีฬาอาชีพจึงไม่กล้าเปลี่ยนสไตล์การเล่น
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ Robinson หรือผู้เล่นคนอื่นไม่กล้าเปลี่ยนมาชูตมือล่างคือเรื่องของภาพลักษณ์และอัตตา (Ego) ซึ่ง Dr. Leah Lagos นักจิตวิทยาการกีฬาใน New York ระบุว่านักกีฬามักกังวลต่อการรับรู้ของสาธารณชนและการถูกล้อเลียนในโซเชียลมีเดีย Barry ตอบโต้ประเด็นนี้อย่างรุนแรงว่านักกีฬาควรเก็บอัตตาไว้ในตู้เสื้อผ้า เพราะผลลัพธ์ในสนามคือสิ่งเดียวที่สำคัญต่อทีม
"เราจ่ายเงินให้คุณหลายล้านดอลลาร์ แต่คุณจะบอกว่า 'ไม่ ฉันจะไม่ทำแบบนั้น' เพียงเพราะมันดูไม่เท่เนี่ยนะ? มันฟังดูงี่เง่ามากเมื่อคุณพูดออกมาแบบนั้น นี่คืออาชีพของคุณ นี่คือสิ่งที่คุณทำเพื่อเลี้ยงชีพ" Barry กล่าวเสริม
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง Rick Barry และ Mitchell Robinson
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเชิงสถิติ ความแตกต่างระหว่างมืออาชีพที่ใช้เทคนิคต่างกันนั้นชัดเจนมาก Rick Barry พลาดลูกโทษในรอบเพลย์ออฟเพียง 94 ครั้งจากการชูตทั้งหมด 721 ครั้ง (87%) ในขณะที่ Robinson ในฤดูกาลปัจจุบันกลายเป็นจุดอ่อนที่คู่แข่งจ้องโจมตีด้วยกลยุทธ์การฟาวล์เพื่อให้เขาไปยืนที่เส้นลูกโทษ
หาก New York Knicks ต้องการเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์ การปรับเปลี่ยนเทคนิคในระยะเวลาอันสั้นอาจเป็นความเสี่ยงที่จำเป็น Barry มั่นใจว่าหากเขามีเวลาสอนเพียง 3-4 วัน Robinson จะสามารถเรียนรู้พื้นฐานได้ทันก่อนเริ่มเกมแรกในวันพุธนี้ เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นภาระของทีมในจังหวะสำคัญของ เกมบาส ระดับชิงแชมป์