เสียงระฆังแห่งการเปลี่ยนแปลง: เมื่อสมรภูมิ March Madness ขยายขอบเขตความคลั่งไคล้
ภายใต้แสงไฟที่สาดส่องลงมาบนพื้นไม้ปาร์เก้ กลิ่นอายของความกดดันกำลังจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม เมื่อการขยายตัวของ NCAA Tournament ทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง จาก 68 ทีม เพิ่มขึ้นเป็น 76 ทีมในฤดูกาลหน้า จะเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล เกม First Four ที่เราคุ้นเคยในวันอังคารและพุธหลังคืน Selection Sunday กำลังจะถูกจารึกไว้เพียงความทรงจำ และถูกแทนที่ด้วยมหาศึก 12 เกมรวดภายใต้ชื่อใหม่สุดเร้าใจว่า March Madness Opening Round โดยมีตั๋วเข้าสู่รอบ 64 ทีมสุดท้ายเป็นเดิมพันที่ผู้ชนะเท่านั้นจึงจะได้ครอบครอง
สูตรคำนวณแห่งโชคชะตา: ใครจะอยู่ ใครจะไป ในรอบ Opening Round
คณะกรรมการคัดเลือกได้วางหมากไว้อย่างซับซ้อนแต่ยุติธรรม โดยทีมที่เป็น Automatic Qualifiers (แชมป์สาย) ที่มีอันดับวางตัว (Seed) ต่ำที่สุด 12 ทีม จะต้องลงห้ำหั่นกันใน 6 เกมของรอบเปิดสนาม ขณะที่อีก 6 เกมที่เหลือจะเป็นการเผชิญหน้ากันของทีม At-large (ทีมโควตาพิเศษ) ที่มีอันดับวางตัวต่ำที่สุด 12 ทีมเช่นกัน
หัวใจสำคัญของการจับคู่ยังคงยึดโยงกับอันดับใน Seed Lists ของคณะกรรมการ โดยทีมจะถูกจับคู่กับคู่แข่งที่มีอันดับใกล้เคียงกันที่สุด ตัวอย่างเช่น Seed 75 อาจจะต้องดวลเดือดกับ Seed 76 ในเกมเปิดสนาม หรือทีม At-large อันดับบ๊วยสุดอาจต้องวัดกึ๋นกับทีมที่มีอันดับเหนือขึ้นมาเพียงขั้นเดียว








