เสียงคำรามที่กลับมาดังกึกก้อง ณ เมืองยานยนต์
Detroit Pistons เคยประกาศศักดาเหนือคู่แข่งมาตลอดช่วงฤดูกาลปกติ แต่วันนี้เข็มนาฬิกาได้หมุนเข้าสู่ช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุด นั่นคือการพิสูจน์ตัวเองในรอบเพลย์ออฟ
พวกเขามีนัดดวลวงล้อในศึก NBA playoffs รอบแรก วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายนนี้ โดยจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมอันดับ 8 อย่าง Orlando Magic เวลา 18:30 น. ถ่ายทอดสดทาง NBC (และ Peacock) นี่คือการพลิกฟื้นโชคชะตาที่ราวกับปาฏิหาริย์ภายในเวลาเพียง 2 ปี จากทีมที่เคยจมบ๊วยด้วยสถิติแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร 14-68 กลับมาผงาดด้วยสถิติ 60-22 ได้อย่างน่าอัศจรรย์
ภายใต้การนำทัพของคู่หู All-Star อย่าง Cade Cunningham และ Jalen Duren พวกเขาสร้างกำแพงเหล็กจนกลายเป็นทีมที่มีเกมรับดีที่สุดอันดับ 2 ของลีก และจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ดีที่สุดในรอบเกือบสองทศวรรษ แม้สถิติการเจอกับ Orlando Magic ในฤดูกาลปกติจะผลัดกันแพ้ชนะ แต่ฝั่งผู้มาเยือนก็มีเขี้ยวเล็บอย่าง Paolo Banchero เจ้าของดราฟต์อันดับ 1 ปี 2022 และ Franz Wagner ศิษย์เก่าจาก Michigan ที่พร้อมจะมาขย้ำเจ้าถิ่นถึงหน้าบ้าน
และนี่คือ 2 กุญแจสำคัญที่จะส่งให้ Detroit Pistons ปลดล็อกชัยชนะในบ้านนัดแรกของเพลย์ออฟนับตั้งแต่ปี 2008 หลังจากที่ต้องทนทุกข์กับสถิติแพ้คาบ้านในโพสต์ซีซั่นติดต่อกันถึง 10 นัด ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของ NBA
Ausar Thompson จะกลายเป็น 'ฝันร้าย' ของเกมบุก Orlando ได้หรือไม่?
ฟอร์เวิร์ดอนาคตไกลผู้มีลุ้นติดทีม All-Defensive ผู้นี้ เคยโชว์ฟอร์มระดับ 'วันแมนโชว์' มาแล้วในเกมที่ Detroit Pistons บุกไปสยบ Orlando Magic 106-92 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม โดย Ausar Thompson กดไป 9 แต้ม, 11 รีบาวด์, 3 แอสซิสต์, 3 บล็อก และ 2 สตีล ความดุดันในเกมรับของเขาในควอเตอร์ที่ 3 คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Orlando Magic ยิงลงเพียง 30.8% เท่านั้นในครึ่งหลัง
ในคืนนั้น ต่อให้ Detroit Pistons จะยิง 3 แต้มพลาด 15 ลูกแรก และจบเกมด้วยสถิติยิงไกลสุดบอดเพียง 13.3% แต่มันก็ไม่สำคัญเลยเมื่อ Ausar Thompson ไล่ล่าตัวถือบอลของ Orlando จนอยู่หมัด และจุดชนวนเกมรุกแบบ transition ให้ทีมอย่างบ้าคลั่ง ทั้งสองทีมอาจจะมีสไตล์ที่คล้ายกัน คือเน้นเข้าทำที่ห่วงและเรียกฟาวล์ แต่ Detroit Pistons พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขา 'เขี้ยว' กว่าในเกมที่ต้องใช้พละกำลังเข้าแลก
"มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะทำได้มากกว่ากัน ใครจะเล่นได้ดุดัน (nastier) กว่า และใครจะยืนระยะได้นานกว่า" โค้ช J.B. Bickerstaff กล่าวหลังการซ้อมเมื่อวันเสาร์ "มันคือสงครามแห่งความอดทน ใครจะแกร่งพอทั้งร่างกายและจิตใจที่จะสู้ตลอด 48 นาที และอาจจะต้องทำแบบนั้นติดต่อกันถึง 7 เกม"
Cade Cunningham จะฟิตเต็มร้อยสำหรับ Game 1 หรือไม่?
อาการปอดซ้ายรั่วเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทำให้การ์ดตัวเก่งของทีมต้องพลาดการลงสนามไปถึง 11 เกม แม้ทีมจะประคองตัวมาได้ด้วยการชนะ 8 นัดในช่วงที่เขาไม่อยู่ แต่การกลับมาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายเขายังคงถูกจำกัดเวลาลงเล่นเพียง 22-28 นาทีต่อเกมเท่านั้น
ทำเนียบ 10 ยอดขุนพลแห่งสายตะวันออกใน NBA Playoffs
- 10. Karl-Anthony Towns (New York Knicks): แม้จะไม่ใช่ปีที่ท็อปฟอร์มที่สุด แต่เขายังเป็นอาวุธหนักที่ยืดโซนป้องกันคู่แข่งได้ดีเสมอ
- 9. Scottie Barnes (Toronto Raptors): หัวใจสำคัญที่พา Toronto Raptors บินสูงเกินคาดจนจบอันดับ 5 ของสาย
- 8. Jalen Duren (Detroit Pistons): ยักษ์ปักหลั่นปีที่ 4 ที่กลายเป็นขุมพลังในเขตใต้แป้น ความแข็งแกร่งของเขาคือสิ่งที่ทีมขาดไม่ได้
- 7. Jalen Johnson (Atlanta Hawks): ก้าวกระโดดจากดาวรุ่งสู่การเป็น 'เดอะแบก' ของทีมอย่างเต็มตัวหลังยุค Trae Young
- 6. Tyrese Maxey (Philadelphia 76ers): พัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เขาคือคนที่ประคองทีมในวันที่ Joel Embiid ร่างกายไม่สมบูรณ์
- 5. Jayson Tatum (Boston Celtics): การกลับมาจากอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายแล้วยังเล่นได้ในระดับนี้ คือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุด
- 4. Donovan Mitchell (Cleveland Cavaliers): เครื่องจักรสังหารที่พร้อมจะระเบิดฟอร์มเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในสนามได้ทุกเมื่อ
- 3. Jaylen Brown (Boston Celtics): เจ้าของรางวัล NBA Finals MVP ปีล่าสุดที่ยังคงกระหายการพิสูจน์ตัวเอง และแบกทีมได้อย่างสง่างาม
- 2. Jalen Brunson (New York Knicks): ลืมสถิติฤดูกาลปกติไปได้เลย เพราะในเพลย์ออฟ เขาคือ 'อสูรกาย' ที่ไม่มีใครอยากเผชิญหน้า
- 1. Cade Cunningham (Detroit Pistons): สำหรับผม เขาคือผู้เล่นที่เก่งที่สุดในสายตะวันออก เขาคือระบบบุกแบบเบ็ดเสร็จในคนเดียว และด้วยรูปร่างที่ได้เปรียบในตำแหน่งการ์ด ทำให้เขาเป็นอาวุธที่อันตรายทั้งรุกและรับ