เหตุผลทางสถิติที่เลือกยะโฮร์
จากผลงานช่วงหลัง ยะโฮร์ ดารุล ตักซิม เป็นตัวเลือกฝั่งเจ้าบ้านที่มีน้ำหนักกว่า โดยเฉพาะเมื่อดูทั้งประสิทธิภาพเกมรุกและการป้องกัน จาก 5 นัดที่ให้มา ยะโฮร์ยิงได้ 22 ประตูและเสียเพียง 3 ประตู คิดเป็น ยิงเฉลี่ย 4.4 ลูก และเสีย 0.6 ลูกต่อนัด ส่วนการท่าเรือ เอฟซี ยิง 8 ประตูและเสีย 12 ประตู หรือ ยิงเฉลี่ย 1.6 ลูก และเสีย 2.4 ลูกต่อนัด ตัวเลขต่างกันชัดเจนทั้งสองด้าน จึงหนุนให้เลือกเจ้าบ้านชนะ
หลักฐานไม่ได้มาจากเกมในประเทศอย่างเดียว ยะโฮร์บุกชนะโปฮัง สตีลเลอร์ส 2-0 ในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก อีลิท ขณะที่ท่าเรือแพ้คาชิวะ เรย์โซล 1-5 ในรายการเดียวกัน อย่างไรก็ดี ท่าเรือเพิ่งชนะทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-0 แสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นเกมเยือนได้ดีเมื่อจัดเกมรับลงตัว แต่ภาพรวม 5 นัดยังมีความพ่ายแพ้ต่อเปอร์ซิบ บันดุงและสุโขทัย และเสียรวมถึง 12 ประตู ยะโฮร์ยังเคยชนะการพบกันที่มีข้อมูลในปี 2024 ด้วยสกอร์ 3-1 แม้สถิติเฮดทูเฮดจะมีเพียงสองเกมและไม่ใหม่พอให้ใช้เป็นหลักฐานสำคัญเพียงอย่างเดียว
คาดสกอร์ 3-1 จึงเลือกยะโฮร์ต่อ -1.5 และสูงกว่าเส้น 3.0 ประตู ผลงานยิงประตูช่วงหลังทำให้มีโอกาสที่เจ้าบ้านจะยิงได้ถึงสามลูก และสถิติเสียประตูของท่าเรือก็เปิดช่องให้เจ้าบ้านทำได้มากกว่านั้น ส่วนทีมเยือนยังมีโอกาสยิงคืนหนึ่งประตู ข้อมูลที่ได้รับไม่มีสถิติรายบุคคลประจำฤดูกาล เช่น ประตู แอสซิสต์ และจำนวนนัดของอารีฟ ไอมาน หรือบอร์ดิน พลา จึงไม่สามารถยืนยันตัวเลขของนักเตะเหล่านี้ได้ และจะไม่แต่งข้อมูลขึ้นเอง การคาดการณ์นี้จึงยึดผลการแข่งขันและจำนวนประตูของทั้งสองทีมเป็นหลัก
- ยะโฮร์มีผลต่างประตูได้เสีย +19 จาก 5 นัดหลัง
- ท่าเรือเสียเฉลี่ย 4 ประตูต่อนัดจากเกมระดับทวีป 2 นัดที่ให้มา
- สกอร์คาดการณ์ 3-1 หนุนเจ้าบ้าน ต่อ -1.5 และสูง 3.0
- ยะโฮร์ยิง 22 ประตูและเสีย 3 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด
- ท่าเรือเสีย 12 ประตูใน 5 นัดหลัง รวม 5 ลูกให้คาชิวะ
- ยะโฮร์ชนะการพบกันปี 2024 ที่มีข้อมูลด้วยสกอร์ 3-1



