Team Europe กลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ Laver Cup ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ Team World ไปด้วยคะแนนขาดลอย 13-5 ในการแข่งขันวันสุดท้าย ณ O2 Arena กรุงลอนดอน
Alexander Zverev และชัยชนะตัดสินแชมป์
Alexander Zverev นักเทนนิสมือ 2 ของโลกและเจ้าของแชมป์ French Open และ US Open ปีล่าสุด เป็นผู้ปิดเกมให้ยุโรปด้วยการเอาชนะ Learner Tien 7-6 (3), 6-3 ในการแข่งขันประเภทเดี่ยว
ก่อนหน้านั้นในวันอาทิตย์ซึ่งแต่ละแมตช์มีค่าถึง 3 คะแนน Jakub Mensik และ Flavio Cobolli ได้สร้างความได้เปรียบด้วยการเอาชนะคู่ของ Alex de Minaur และ Taylor Fritz ไป 7-5, 6-3
ความลึกของตัวผู้เล่น Team Europe แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน โดยนักกีฬาอย่าง Carlos Alcaraz (มือ 3) และ Flavio Cobolli (มือ 7) มีอันดับโลกสูงกว่าผู้เล่นที่ดีที่สุดของฝั่ง Team World ทั้งสิ้น
สถิติบ่งชี้ว่าทวีปยุโรปครองความยิ่งใหญ่ในวงการเทนนิสชายอย่างเบ็ดเสร็จ โดยคว้าแชมป์ Grand Slam ติดต่อกันถึง 67 รายการ นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา
Andre Agassi กับการวิจารณ์ Alexander Zverev
Andre Agassi กัปตันทีม Team World สร้างสีสันในช่วงพิธีมอบรางวัลด้วยการกล่าวถึงบุคลิกของ Alexander Zverev อย่างตรงไปตรงมาในเชิงหยิกแกมหยอก
Agassi กล่าวถึงช่วงเวลาที่ Zverev มักจะตัดพ้อตัวเองยามพ่ายแพ้ โดยระบุว่า "ยินดีด้วย Sascha ปีนี้มันบ้ามากที่ได้เห็นคุณชนะเป็นครั้งแรก ผมรู้ว่ามันสำคัญกับคุณแค่ไหน"
"มันสำคัญกับผมด้วย เพราะผมจะได้เริ่มกลับไปฟังการแถลงข่าวของคุณได้อีกครั้ง คุณจะได้ไม่ต้องพูดแบบ [เลียนเสียงร้องไห้] 'ทำไมผมแพ้ตลอดเลย? ผมเป็นมือสามของโลกที่ห่วยแตก' แต่พอคุณชนะ มันก็กลายเป็น 'ผมเพิ่งเป็นแชมป์สแลมสมัยเดียว และผมต้องทำมันให้ได้อีกครั้ง'"
คำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงความกดดันที่ Zverev แบกรับมาตลอดอาชีพการค้าแข้งก่อนที่จะประสบความสำเร็จในปีนี้
Carlos Alcaraz ศูนย์กลางความนิยมของ Laver Cup
Carlos Alcaraz กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้มากที่สุด โดยเฉพาะจังหวะการเล่นที่พลิกสถานการณ์ในวันเสาร์ที่ผ่านมา
ในแมตช์ที่พบกับ Taylor Fritz ทางด้าน Alcaraz ต้องเผชิญกับ 2 แมตช์พอยต์ในช่วงไทเบรกเซตตัดสินที่คะแนน 10-11 แต่เขาสามารถทำ 3 แต้มรวดจากการยิงลูกหยอดและโฟร์แฮนด์ที่ทรงพลัง
บรรยากาศใน O2 Arena ปะทุขึ้นทันทีเมื่อ Alcaraz แสดงความกล้าหาญในจังหวะวิกฤต ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากนับตั้งแต่ยุคของ Roger Federer, Rafael Nadal และ Novak Djokovic
หากปราศจาก Alcaraz รายการ Laver Cup อาจสูญเสียแรงดึงดูดสำคัญไป เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวใน ATP ปัจจุบันที่สามารถสร้างกระแสความคลั่งไคล้ได้ในระดับนี้
วิเคราะห์ความแตกต่างของ Team Europe
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากความแม่นยำทางเทคนิคและการวางตำแหน่งผู้เล่นที่เหนือกว่าในทุกมิติของ Team Europe
แม้สภาพสนามจะมีความเร็วค่อนข้างต่ำ (Slow court) ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการเล่นในบางช่วง แต่ความสามารถเฉพาะตัวของนักหวดชาวยุโรปยังคงเป็นปัจจัยตัดสินที่แน่นอนกว่า
การที่ Team Europe นำอยู่ 7-5 ก่อนเริ่มวันสุดท้าย ทำให้พวกเขาต้องการชัยชนะเพียง 2 จาก 4 แมตช์ ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ตามเป้าหมายอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ