Arthur Fery นักเทนนิสมือหนึ่งคนใหม่ของสหราชอาณาจักร เตรียมนำฟอร์มอันร้อนแรงข้ามฝั่งไปลุยศึก US Open ที่นิวยอร์ก หลังจากสร้างปรากฏการณ์ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศใน Wimbledon จนอันดับโลกพุ่งพรวดขึ้นมาอยู่ที่ 36 ของโลก
Arthur Fery จะสานต่อฟอร์มเก่งใน US Open ได้หรือไม่?
Arthur Fery มีกำหนดลงแข่งขันในศึก US Open ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 13 กันยายนนี้ โดยเขาหวังจะรักษามาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยมจากคอร์ทหญ้าสู่คอร์ทแข็งในอเมริกา หลังจากที่เขาสามารถเอาชนะนักหวดแถวหน้าอย่าง Grigor Dimitrov และ Flavio Cobolli ก่อนจะพ่ายให้กับ Alexander Zverev ในรอบตัดเชือกที่ All England Club
ด้วยวัย 23 ปี (ซึ่งจะครบ 24 ปีในวันชิงชนะเลิศ Wimbledon) Fery แสดงให้เห็นถึงทักษะการวางตัวบนคอร์ทที่ชาญฉลาดและการเคลื่อนที่อันรวดเร็ว แม้จะมีส่วนสูงเพียง 5 ฟุต 9 นิ้ว แต่กล้ามเนื้อน่องที่สปริงตัวได้อย่างแม่นยำและการจัดระเบียบร่างกายที่มั่นคง ทำให้เขาสามารถรับมือกับลูกเสิร์ฟหนักๆ ได้อย่างน่าทึ่ง การก้าวขึ้นมาติด Top 32 ของโลกก่อนเส้นตายกลางเดือนกรกฎาคม จะส่งผลให้เขามีโอกาสถูกจัดเป็นมือวาง (seeded) ในรายการแกรนด์สแลมสุดท้ายของปีทันที
เส้นทางสู่ New York และรายการอุ่นเครื่องที่น่าจับตามอง
ก่อนจะถึงศึกใหญ่ที่ Flushing Meadows ทางด้าน Fery ได้วางโปรแกรมการแข่งขันในช่วง American hard-court swing ไว้อย่างชัดเจน เพื่อปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับพื้นผิวคอร์ทที่แข็งและสะท้อนความร้อนได้ต่างจากหญ้าที่ลอนดอน
- Montreal Masters 1000: (2-13 สิงหาคม) รายการระดับมาสเตอร์สที่ Fery ยอมรับว่ายังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะลงแข่งหรือไม่
- Cincinnati Masters: (13-23 สิงหาคม) รายการสำคัญที่เป็นบททดสอบสุดท้ายก่อนลุยแกรนด์สแลม
- Winston-Salem (ATP 250): (23-29 สิงหาคม) รายการอุ่นเครื่องสัปดาห์สุดท้าย
มุมมองจากตำนาน: ทำไม Arthur Fery ถึงเป็นตัวอันตราย?
Andre Agassi ตำนานแชมป์ Wimbledon ปี 1992 ให้ความเห็นว่า Fery เป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์สูง โดยเฉพาะลูกแบ็คแฮนด์ที่เฉียบคมและการใช้ลูกสไลด์ที่เปลี่ยนจังหวะเกมได้อย่างแนบเนียน ขณะที่ Jamie Murray ชื่นชมในความมั่นใจและทักษะการเล่นหน้าเน็ตที่หาได้ยากในนักเทนนิสยุคปัจจุบัน
แม้ที่ผ่านมา Fery จะเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน โดยเฉพาะอาการช้ำที่กระดูกแขน แต่สภาพร่างกายในปัจจุบันดูเหมือนจะพร้อมเต็มที่สำหรับการกรำศึกหนักสัปดาห์ต่อสัปดาห์ในทัวร์ระดับอาชีพ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าเขาจะสามารถเดินตามรอยความสำเร็จของ Andy Murray หรือ Emma Raducanu ในแผ่นดินอเมริกาได้หรือไม่