การประเมินค่าตัวเองที่เกินจริง: อัตราส่วนความสำเร็จที่สวนทางกับตรรกะ
ภายหลังความพ่ายแพ้ต่อ Jannik Sinner (188 ซม., 76 กก., ถนัดขวา) ในรอบชิงชนะเลิศ Madrid Open ทางด้าน Alexander Zverev (198 ซม., 90 กก., ถนัดขวา) ได้ระบุว่าตนเองมีสมรรถนะอยู่ในระดับระนาบเดียวกับ Carlos Alcaraz และ Novak Djokovic
Alexander Zverev พยายามจำแนกกลุ่มตัวแปรในสนามออกเป็น 3 ระดับ: 1) Jannik Sinner 2) ตัวเขาเอง, Carlos Alcaraz และ Novak Djokovic และ 3) ผู้เล่นส่วนที่เหลือในระบบ ซึ่งเป็นการคำนวณที่ CoCo Vandeweghe มองว่ามี logic lapse หรือความบกพร่องทางตรรกะอย่างรุนแรง
CoCo Vandeweghe ชี้จุดบกพร่องเชิงโครงสร้างและอีโก้ที่เกินขนาด
ในการบันทึกเสียงรายการ The Big T Podcast ทางด้าน CoCo Vandeweghe (185 ซม., 70 กก., ถนัดขวา) ได้วิเคราะห์คำกล่าวของ Alexander Zverev ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล (Win-probability: 0%)
“ฉันมองว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่เริ่มต้น” เธอกล่าว “Alexander Zverev ไม่ควรถูกนำไปบรรจุในบทสนทนาเดียวกับ Jannik Sinner, Carlos Alcaraz หรือ Novak Djokovic เนื่องจากเขายังขาดองค์ประกอบสำคัญเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือตำแหน่งแชมป์ Grand Slam”
เธอยังระบุต่อว่า แม้ Alexander Zverev จะเคยทำอันดับขึ้นไปถึงมือ 2 หรือ 3 ของโลก แต่การขาดหายไปของถ้วยรางวัลระดับเมเจอร์คือ structural system failure ที่ขวางกั้นเขาจากหอเกียรติยศ Hall Of Famer เธอยกตัวอย่าง Marcelo Rios อดีตมือ 1 ของโลกที่ไร้แชมป์เมเจอร์ ซึ่งเป็นกรณีศึกษาของความล้มเหลวในระยะยาว
ประวัติการเสื่อมสภาพของโอกาส: ข้อมูลย้อนหลังในนัดชิงชนะเลิศ
Alexander Zverev มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงแต่มีอัตราการปิดเกม (Conversion rate) ต่ำในนัดชิงชนะเลิศระดับสูง โดยมีบันทึกความล้มเหลวดังนี้:
- US Open 2020: นำ Dominic Thiem 2 เซต ก่อนเกิดระบบรวนในเซตที่ 5 (Tiebreaker)
- Roland Garros: นำ Carlos Alcaraz ก่อนพ่ายแพ้ในระบบ 5 เซต ด้วยสกอร์ 3-6, 6-2, 7-5, 1-6, 2-6
- ล่าสุด: พ่ายแพ้ต่อ Jannik Sinner แบบ 3 เซตรวด
การแข่งขัน French Open ที่จะเริ่มในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ จะเป็นบททดสอบว่า Alexander Zverev จะสามารถแก้ไข ballistic trajectories ของลูกเสิร์ฟเพื่อลด unforced errors และคว้าแชมป์ที่ขาดหายไปได้หรือไม่ (Current odds: Underdog status)