FIA ประกาศใช้มาตรการควบคุมความร้อนในการแข่งขัน Austrian Grand Prix หลังอุณหภูมิพุ่งสูงเกินขีดจำกัด
สหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ หรือ FIA ได้ประกาศให้การแข่งขัน Austrian Grand Prix ในสุดสัปดาห์นี้เป็น Heat-hazard race เนื่องจากพยากรณ์อากาศระบุว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 33 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยของนักขับ
การประกาศสถานะดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิที่คาดการณ์ไว้สูงกว่า 31 องศาเซลเซียสในช่วงเวลาที่รถแข่งลงสนาม ส่งผลให้ทีมแข่งได้รับอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบายความร้อนพิเศษ (Cooling kit) เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกายของนักขับท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในยุโรปขณะนี้
กฎระเบียบ Cooling Kit และมาตรการชดเชยน้ำหนัก
ภายใต้กฎระเบียบ Heat-hazard race นักขับสามารถเลือกใช้ชุดระบายความร้อนที่ทำงานโดยการหมุนเวียนของเหลวเย็น เช่น ไกลคอล (Glycol) ผ่านระบบท่อขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ในเสื้อตัวในแบบกันไฟ (Fireproof top) ภายใต้ชุดแข่งหลัก อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์นี้ไม่ได้เป็นข้อบังคับตายตัว
สำหรับนักขับที่เลือกไม่ติดตั้งระบบระบายความร้อนนี้ รถแข่งจะต้องแบกน้ำหนักถ่วง (Ballast) เพิ่มเติมจำนวน 5 กิโลกรัม เพื่อให้มั่นใจว่าทีมที่ยอมสละความสะดวกสบายของนักขับเพื่อลดน้ำหนักรถ จะไม่ได้รับความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือคู่แข่งที่เลือกใช้ระบบความปลอดภัยนี้
ความท้าทายทางกายภาพในสนาม Red Bull Ring
สนาม Red Bull Ring ในประเทศออสเตรียถือเป็นสนามแรกของปี 2024 ที่มีการประกาศใช้กฎ Heat-hazard race ท่ามกลางวิกฤตคลื่นความร้อนที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วทวีปยุโรป โดยอุณหภูมิภายในห้องนักขับ (Cockpit) ของรถ F1 นั้นสามารถพุ่งสูงได้เกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งเมื่อนักขับต้องสวมชุดกันไฟหลายชั้นรวมถึงหมวกกันน็อก
แม้จะมีระบบระบายความร้อน แต่นักขับบางส่วนยังคงมีความกังวล เนื่องจากในอดีตเคยเกิดปัญหาของเหลวหล่อเย็นหมดก่อนจบการแข่งขัน ส่งผลให้อุณหภูมิของเหลวในท่อพุ่งสูงขึ้นตามอุณหภูมิเครื่องยนต์ ซึ่งอาจสร้างความทรมานให้นักขับมากกว่าเดิม การตัดสินใจเลือกใช้หรือไม่ใช้ระบบนี้จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่แต่ละทีมต้องประเมินอย่างรอบคอบก่อนเริ่มการแข่งขัน 71 รอบสนามในวันอาทิตย์นี้