อันโตเนลลี แชมป์โลก F1 – อันโตเนลลี แชมป์โลก F1 กลายเป็นความจริงที่เม็กซิโกซิตี เมื่อคิมิ อันโตเนลลี ผงาดเป็นแชมป์โลกอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นนักขับอิตาลีคนแรกที่คว้ามงกุฎนับจาก Alberto Ascari เมื่อปี 1953
หลังการแข่งขัน มาร์โก อันโตเนลลี พ่อของเขาและหัวหน้าทีม AKM Motorsport ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Motorsport.com ว่าเหตุการณ์ที่ลูกชายฟื้นตัวจากอุบัติเหตุในออสเตรเลียคือช่วงที่ทำให้เขาเชื่อว่าคิมิไปถึงแชมป์โลกได้
มาร์โก อันโตเนลลี เห็นสัญญาณแชมป์โลกตั้งแต่ช่วงฟื้นตัวที่ออสเตรเลีย
มาร์โกเล่าว่าความสามารถในการกลับมาตั้งหลักได้หลังอุบัติเหตุที่ออสเตรเลีย คือหลักฐานชัดที่สุดว่าเด็กหนุ่มรายนี้มีสิ่งที่นักขับแชมป์โลกต้องมี นั่นคือการไม่จมอยู่กับความผิดพลาด
“มันพูดยากครับ เพราะมันใหญ่เกินกว่าที่จะรับรู้ได้จริง ๆ” มาร์โกกล่าวถึงความรู้สึกหลังลูกชายคว้าแชมป์
เขาอธิบายว่าครอบครัวยังไม่ทันรู้สึกว่ากำลังพูดถึง Formula 1 อยู่ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาคิมิต่อสู้เพื่อแชมป์ในทุกรายการที่ลงแข่ง และเตรียมตัวด้วยวิธีเดิมที่เคยทำมาตลอด โดยไม่มองตารางคะแนน
มาร์โกย้ำว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนในวันนั้น คิมิเข้าสู่ทุกสนามด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในแต่ละครั้ง
เก้าชัยชนะ 16 โพเดียม และสี่สนามที่ยังเหลือ
ฤดูกาล 2026 ของคิมิปิดฉากที่เม็กซิโกด้วยสถิติ 9 ชัยชนะและ 16 โพเดียม โดยเขาคว้าแชมป์ก่อนปฏิทินจะเหลืออีก 4 สนาม
ตัวนักขับเองระบุว่าชัยชนะที่เจแปนกรังด์ปรีซ์คือจุดเปลี่ยนของฤดูกาล เพราะเป็นวันที่เขาเริ่มเชื่อจริง ๆ ว่าแชมป์โลกเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้
ผลดังกล่าวทำให้สถานการณ์ภายในทีมเมอร์เซเดสเปลี่ยนไป จอร์จ รัสเซลล์ เพื่อนร่วมทีม ถูก มาร์ติน บรันเดิล นักวิเคราะห์ของ Sky Sports ตั้งคำถามถึงอนาคตว่าเขาต้องหาจังหวะเกินขีดจำกัดให้ได้ในปี 2027
สายตาบนกริดที่แทนคำพูดทั้งหมด
ระหว่างครึ่งชั่วโมงก่อนออกรถ คิมิมักมองหาพ่อบนกริดบ่อยครั้ง และหลายครั้งเพียงสายตาครั้งเดียวก็เพียงพอโดยไม่ต้องพูดอะไร
“คิมิมองผมเป็นพี่เลี้ยงอยู่บ้าง เขารู้ว่าด้วยสายตาครั้งเดียวเขาจะพบแรงสนับสนุนและความมั่นใจ” มาร์โกกล่าว
มาร์โกเล่าว่าเขามักถามลูกชายว่ากังวลหรือไม่ และคิมิยอมรับว่ากังวล เขาจึงบอกว่านั่นเป็นเรื่องดี เพราะอะดรีนาลีนจะช่วยให้ทำผลงานได้เต็มที่
เขาอธิบายต่อว่าไม่ว่าจะแข่ง Formula 1 หรือรายการ GT นักขับก็ถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกัน คือถ้าทำได้ไม่ดี คนอื่นจะคิดอย่างไร
จากซูเปอร์ทัวริงถึงลานจอดรถบ้านที่ Biassono
มาร์โกเคยเป็นนักแข่งที่ต้องนำรถที่ดูแลเองลงสู้กับรถโรงงานในรายการซูเปอร์ทัวริง รวมถึง BMW M3 ที่เขาบริหารเองกับ AB Motorsport
เขาบอกว่าตัวเองเป็นนักขับที่เร็วพอ แต่ไม่เคยอยู่ในที่ที่ถูกที่ถูกเวลา และความกลัวว่าลูกจะเจอทางตันแบบเดียวกันคือสิ่งที่เขากังวลที่สุด
ที่มอนซา รถบ้านของครอบครัวอันโตเนลลีจอดอยู่ในลานปิดของบริษัทแห่งหนึ่งที่ Biassono ใกล้สนาม ข้าง ๆ รถบ้านของ Max Verstappen และ Lewis Hamilton
มาร์โกยืนยันว่าเมนูในรถบ้านเรียบง่าย ทั้งพาสตา อกไก่ และสลัด วัตถุดิบนำมาจากบ้าน และบางครั้งมีแขกอย่าง Stefano Domenicali กับ Flavio Briatore ส่วน Hamilton นั้นกินเจ จึงจัดมื้อร่วมกันได้ยากกว่า
อันโตเนลลี แชมป์โลก F1 แล้ว แต่การอยู่บนยอดคือโจทย์ที่หนักกว่า
มาร์โกย้ำว่าการไต่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดใช้ความพยายามมหาศาล แต่การรักษาตำแหน่งไว้ยากกว่ามาก และครอบครัวเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนั้นแล้ว
เขายังตอบโต้เสียงวิจารณ์เมื่อปีก่อนที่ถาโถมใส่ลูกชายตอนผลการแข่งขันยังไม่ดี โดยชี้ว่าผลบางส่วนไม่ได้เกิดจากตัวนักขับ และบางครั้งคำวิจารณ์ก็รุนแรงเกินไป
มาร์โกบอกว่าสิ่งที่ลูกชายมีเหนือกว่าตัวเขาและเวโรนิกา ผู้เป็นแม่ คือความสามารถในการมองไปข้างหน้า ไม่กังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และไม่จมอยู่กับความล้มเหลว
รายงานต้นฉบับมาจากบทสัมภาษณ์ของ motorsport.com
แหล่งข้อมูล