องก์ที่หนึ่ง: การฟื้นตื่นของอสูรกายคาร์บอนไฟเบอร์หลังม่านหมอกแห่งสงคราม
ในที่สุด กงล้อแห่ง Formula 1 ก็กลับมาบดขยี้ผืนยางมะตอยอีกครั้ง ณ ดินแดนที่แสงแดดแผดเผาใน Miami Grand Prix หลังจากความเงียบงันอันยาวนานที่ถูกพันธนาการด้วยไฟสงครามในตะวันออกกลาง ผืนแผ่นดินที่เคยเป็นสมรภูมิความเร็วถูกทิ้งร้างไปกว่าห้าสัปดาห์ นับตั้งแต่เสียงคำรามสุดท้ายที่ Grand Prix of Japan สิ้นสุดลงเมื่อปลายเดือนมีนาคม
เมื่อ FIA ตัดสินใจพับเก็บธงตราหมากรุกที่ Bahrain Grand Prix และ Saudi Arabian Grand Prix ปฏิทินการแข่งขันจึงถูกบีบอัดเหลือเพียง 22 สนาม ทิ้งให้เหล่าวิศวกรอากาศพลศาสตร์ต้องจมอยู่กับตัวเลข Telemetry และการวิวัฒนาการของโครงสร้าง Carbon Fiber ในห้องแล็บที่ไร้ซึ่งกลิ่นอายของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เผาไหม้สมบูรณ์
องก์ที่สอง: การปรับจูนทางเทคนิคและเจตจำนงของอากาศพลศาสตร์
การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ แต่มันคือการปฏิรูปกฎเกณฑ์ FIA และ Formula 1 ได้ใช้ช่วงเวลาที่โลกหยุดนิ่ง ปรับแต่งระเบียบข้อบังคับเพื่อตอบสนองต่อเสียงครวญครางของเหล่านักขับ การปรับเปลี่ยนครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การปลดปล่อยพลังงานดิบเพื่อ Pure Racing มากกว่าการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าในระบบไฮบริด (Battery Harvesting) ซึ่งจะทำให้การปะทะกันในระยะประชิดมีความรุนแรงและแม่นยำดั่งบทเพลงโอเปร่าที่เร่งจังหวะถึงขีดสุด








