บทวิเคราะห์ความไร้ประสิทธิภาพของตัวเลข 44 (44 แต้ม) ในรายการ Japanese Grand Prix
จากการตรวจสอบข้อมูลหลังจบการแข่งขัน ณ Suzuka พบว่ารถหมายเลข 44 (44 แต้ม) ประสบสภาวะถดถอยของสมรรถนะอย่างรุนแรงในช่วงท้ายของการแข่งขัน ส่งผลให้สูญเสียตำแหน่งโพเดียมและจบในอันดับที่ 6 ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ระบุในตารางออกตัว (Starting Grid) แม้จะได้รับผลประโยชน์ชั่วคราวจากช่วง Safety Car กลางการแข่งขันก็ตาม
ลำดับเหตุการณ์เชิงเทคนิคระบุว่า หลังจากแซงรถหมายเลข 63 (34 แต้ม) ในช่วงรีสตาร์ทเพื่อขึ้นสู่อันดับ 3 รถหมายเลข 44 ไม่สามารถรักษาระดับ Aerodynamic Efficiency เพื่อต้านทานการโจมตีจากรถ Mercedes และเพื่อนร่วมทีมหมายเลข 16 (74 แต้ม) ได้ ก่อนจะถูกรถหมายเลข 4 (42 แต้ม) แซงผ่านไปในที่สุด
รายการความผิดปกติทางเทคนิคและข้อโต้แย้งด้าน Power Unit
- ความบกพร่องของอัตราเร่ง: รถหมายเลข 44 รายงานผ่านวิทยุสื่อสารว่าพบสภาวะ Lack of Power อย่างรุนแรง โดยเฉพาะใน Stint ที่สอง ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลการจัดการเชื้อเพลิง (Fuel-load penalties) ที่ควรจะลดลงตามน้ำหนักรถ
- ความล้มเหลวในการบริหารจัดการยาง: แม้จะมีการอ้างว่าบริหารจัดการยางได้ดี แต่ Degradation Curve แสดงให้เห็นว่าความเร็วต่อรอบ (Lap Time) ไม่สามารถรักษาเสถียรภาพได้เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้นำ
- การสูญเสียโอกาสทางงบประมาณ: การจบอันดับ 6 แทนที่จะเป็นโพเดียม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเลขผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ในส่วนของคะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต
"มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายในเชิงตัวเลข ผมสูญเสียกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ออกตัวและไม่สามารถไล่ตามกลุ่มหน้าได้ทัน แม้จะใช้คันเร่งเต็มสูบ (Full Gas) ตามโปรโตคอลแล้วก็ตาม" รถหมายเลข 44 ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports F1 ซึ่งในมุมมองของนักตรวจสอบ นี่คือสัญญาณของความไม่สอดคล้องกันระหว่างซอฟต์แวร์ควบคุมและฮาร์ดแวร์ของ Ferrari








