บทวิเคราะห์ทางเทคนิค: ผลลัพธ์จากการอัปเกรดอากาศพลศาสตร์และดัชนีการยึดเกาะ
จากการตรวจสอบข้อมูล Sector Times ในรอบคัดเลือกสำหรับ Sprint Race ณ Miami Grand Prix พบว่า รถหมายเลข 4 (สะสม 156 คะแนน) สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดเหนือ รถหมายเลข 12 (สะสม 169 คะแนน) จากสังกัด Mercedes โดยมีปัจจัยหลักมาจากชุดอัปเกรดใหม่ที่ส่งผลโดยตรงต่อค่า Aerodynamic Efficiency
ในขณะที่ รถหมายเลข 81 (สะสม 92 คะแนน) เพื่อนร่วมทีมจาก McLaren ทำเวลาตามหลัง รถหมายเลข 12 เพียง 0.017 วินาที ซึ่งเป็นค่าเบี่ยงเบนทางสถิติที่น้อยมากในการแข่งขัน Sprint Race ครั้งที่สองของฤดูกาลนี้
การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ FIA และระบบกักเก็บพลังงาน
การทดสอบในวันศุกร์ถือเป็นครั้งแรกที่ข้อมูลเชิงประจักษ์ถูกนำมาวิเคราะห์หลังจาก FIA บังคับใช้การปรับปรุงกฎระเบียบในช่วงหยุดพัก 5 สัปดาห์ การแก้ไขข้อบังคับทางเทคนิคนี้เกิดขึ้นภายหลังการวิเคราะห์ว่าระบบส่งกำลังด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสมดุลน้ำหนักและอัตราการเสื่อมสภาพของยางอย่างมีนัยสำคัญ
- รถหมายเลข 4 (156 คะแนน): รายงานว่าระดับ Grip เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนในงบประมาณการพัฒนาภายใต้ Cost Cap
- รถหมายเลข 16 (สะสม 150 คะแนน): จาก Ferrari รั้งอันดับที่ 4
- รถหมายเลข 1 (สะสม 194 คะแนน): จาก Red Bull ทำผลงานได้เพียงอันดับที่ 5 ซึ่งต่ำกว่าค่าพยากรณ์พื้นฐาน
- รถหมายเลข 11 และ 77: รั้งอันดับที่ 19 และ 20 ตามลำดับ ในการเปิดตัวเชิงพาณิชย์ของ Cadillac บนทวีปอเมริกาเหนือ
สถานะสัญญาและทรัพยากรบุคคลของรถหมายเลข 1
รถหมายเลข 1 (194 คะแนน) ยังคงไม่มีการยืนยันสถานะการจัดซื้อจัดจ้างส่วนบุคคลสำหรับฤดูกาลถัดไป โดยเจ้าตัวระบุว่ายังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนการเกษียณอายุจากการแข่งขัน Formula 1 แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปรับปรุงกฎระเบียบใน Miami Grand Prix เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุหรือ "a tickle" เท่านั้น
นอกจากนี้ การสูญเสียทรัพยากรบุคคลสำคัญอย่าง Gianpiero Lambiase ให้กับ McLaren ภายในปี 2028 ถือเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างวิศวกรและผู้ขับขี่มีผลต่อการคำนวณ Fuel-load Penalties และการบริหารจัดการยางในระยะยาว
การวิเคราะห์เชิงภูมิศาสตร์และประชากรศาสตร์ใน F2
ในระดับ F2 มีการตรวจพบความซ้ำซ้อนของสัญชาติในรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน โดย Sebastian Montoya บุตรชายของอดีตบุคลากร F1 ชื่อดัง แม้จะลงแข่งภายใต้ธงชาติโคลอมเบีย แต่ถือสัญชาติสหรัฐอเมริกาโดยกำเนิด ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ทางการตลาดที่สำคัญสำหรับ Miami
การขยายโครงสร้างพื้นฐานและงบประมาณการลงทุน
Miami Grand Prix ประกาศแผนการขยายอาคาร Paddock Club เพิ่มอีก 115,000 ตารางฟุต ณ Miami International Autodrome เพื่อรองรับผู้เข้าชมกว่า 9,000 คนภายในปี 2027 การขยายตัวนี้คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ต่อตารางเมตร (Revenue per Square Meter) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มสูงขึ้น