รายงานการประเมินประสิทธิภาพทางเทคนิคและผลลัพธ์จากการปรับปรุงกฎข้อบังคับ FIA
ภายหลังจากการสิ้นสุดการแข่งขันที่ Shanghai เมื่อสองสัปดาห์ก่อน หน่วยขับเคลื่อน หมายเลข 44 (สะสม 27 คะแนน) สามารถทำผลงานจบในอันดับที่ 3 ส่งผลให้สถานะปัจจุบันในตารางคะแนนสะสมขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 หลังจากผ่านการทดสอบสมรรถนะไปแล้วสองสนาม
ผู้ควบคุมรถ หมายเลข 44 จากสังกัด Ferrari ระบุว่าสภาวะการแข่งขันภายใต้ข้อกำหนดทางเทคนิคฉบับใหม่มีความน่าพึงพอใจสูงกว่าวงจรการทำงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการปะทะเชิงอากาศพลศาสตร์กับ หมายเลข 16 (สะสม 34 คะแนน) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีม โดยเขาเปรียบเทียบว่านี่คือการจัดสรรทรัพยากรบนแทร็กที่มีประสิทธิภาพสูงสุด นับตั้งแต่เหตุการณ์ใน Bahrain ปี 2014 ที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตเพื่อนร่วมทีม Mercedes อย่าง Nico Rosberg
โครงสร้างหน่วยขับเคลื่อนแบบ Hybrid และผลกระทบต่ออัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน
ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ FIA Sporting Code ฉบับปรับปรุง ซึ่งกำหนดสัดส่วนกำลังระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และระบบพลังงานไฟฟ้า (Electrical Power) ไว้ที่ 50-50 ส่งผลให้เกิดสภาวะ Energy Starved หรือการขาดแคลนพลังงานสำรองอย่างมีนัยสำคัญ
- Yo-Yo Racing: ปรากฏการณ์ที่รถสองคันสลับตำแหน่งกันอย่างต่อเนื่องเนื่องจากกราฟการปล่อยพลังงาน (Energy Deployment) ในแต่ละช่วงของรอบสนามมีความแตกต่างกัน
- Qualifying Efficiency: การลดทอนความท้าทายในการขับขี่รอบจัดอันดับ เนื่องจากต้องมีการกู้คืนพลังงาน (Energy Recovery) ส่งผลให้รถไม่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ตลอดทั้งรอบ
- Aerodynamic Following: ประสิทธิภาพของ Downforce ที่ดีขึ้น ทำให้รถสามารถรักษาระยะห่างในย่านความเร็วสูงได้โดยไม่เกิดอาการสูญเสียการยึดเกาะ (Grip Loss) อย่างรุนแรง
การปรับปรุงกฎระเบียบเฉพาะหน้า ณ สนาม Japan
จากการประชุมร่วมกับ FIA และ Formula 1 ได้มีการบังคับใช้มาตรการปรับลดเพดานการกู้คืนพลังงานสูงสุดต่อรอบจาก 9 Megajoules เหลือเพียง 8 Megajoules สำหรับการแข่งขันที่ Japan ในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อลดภาระการจัดการพลังงานในช่วง Qualifying
อย่างไรก็ตาม ผู้ควบคุมรถ หมายเลข 1 (สะสม 51 คะแนน) หรือ Max Verstappen แสดงทัศนะเชิงลบต่อข้อกำหนดนี้ โดยมองว่าเป็นเพียงการแก้ไขที่ปลายเหตุและยังคงต้องระมัดระวังเรื่องการใช้คันเร่ง (Throttle Input) อย่างหนัก ขณะที่ Lando Norris จาก McLaren แสดงความกังวลว่าการจำกัดพลังงานจะส่งผลต่อความเร็วในโค้ง Spoon Curve ซึ่งเป็นจุดที่ต้องใช้ความเร็วสูงและแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมหาศาล
การวิเคราะห์ทรัพยากรบุคคลและสภาพจิตใจ
ผู้ควบคุมรถ หมายเลข 44 ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการลดลงของสมรรถภาพทางกาย โดยระบุว่าได้ทำการฝึกซ้อมอย่างหนัก (Endurance Training) ระยะทางกว่า 100 กิโลเมตรในช่วงพักการแข่งขันที่กรุงโตเกียว เพื่อรักษาค่าดัชนีมวลกายและขีดความสามารถในการทนต่อแรง G ให้เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นใน Formula 1 แม้จะมีอายุงานในอุตสาหกรรมนี้มานานกว่า 20 ปีก็ตาม
ในเชิงบัญชีต้นทุนและกำไร หมายเลข 44 มองว่ารถที่มีน้ำหนักเบาลง (Lighter Car) และมีความคล่องตัวสูงขึ้น (Nimble) คือการลงทุนที่คุ้มค่า แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับระบบ Straight-line mode และการจัดสรรพลังงานไฟฟ้าที่ดูขัดกับสัญชาตญาณการขับขี่แบบดั้งเดิมก็ตาม