องก์ที่หนึ่ง: ปฐมบทแห่งความคล้ายคลึงบนผืนยางมะตอย
เมื่อ Ferrari ปรากฏกายในช่วง Pre-season ณ Bahrain พร้อมกับนวัตกรรมปีกหลังที่สามารถบิดหมุนตัวเองจนเกือบจะพลิกกลับด้านในทางตรง ราวกับกำลังร่ายรำท่ามกลางมวลอากาศที่บดขยันเข้าหาตัวถัง ชาว Paddock ต่างขนานนามมันว่า 'Macarena' ทว่าเพียงไม่กี่เดือนให้หลัง Red Bull ก็เคลื่อนพลเข้าสู่ Miami พร้อมกับอาวุธที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดใจที่ติดตั้งอยู่บนท้ายของ RB22 จนทำให้ผู้สังเกตการณ์ต่างตั้งข้อสงสัยว่าทีมจาก Milton Keynes ใช้เวลาพักเบรกห้าสัปดาห์ในเดือนเมษายนไปกับการเฝ้าหน้าเครื่องถ่ายเอกสารหรือไม่
องก์ที่สอง: คำสารภาพจากห้องควบคุม
Laurent Mekies หัวเรือใหญ่ของทีม Red Bull ยืนหยัดท่ามกลางกลิ่นอายของเชื้อเพลิงและเสียงความถี่สูงของเครื่องยนต์เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports F1 ใน Miami ว่านี่ไม่ใช่การลอกเลียนแบบทางวิศวกรรม
"ถึงแม้พวกคุณอาจจะไม่เชื่อผม แต่เพื่อความเป็นธรรมต่อทีมงาน ผมต้องบอกว่าพวกเขาสร้างสรรค์แนวคิดนี้ขึ้นมานานก่อนที่เราจะลงสนาม และก่อนที่เราจะเห็นว่าคนอื่นกำลังทำอะไรเสียอีก" Laurent Mekies กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นในนวัตกรรม "แต่ตามที่เราเคยบอกไป เรามีปัญหาที่ใหญ่กว่าต้องแก้ไขก่อนที่จะสามารถนำปีกหลังนี้มาใช้งานจริงบนแทร็กได้ แต่นี่คือเครื่องบ่งชี้ชั้นดีว่าทุกคนกำลังผลักดันขีดจำกัดของคาร์บอนไฟเบอร์ไปไกลแค่ไหน"
ตามรายงานระบุว่า Red Bull ได้ซุ่มพัฒนาโซลูชันนี้มานานหลายเดือน โดยมีการยื่นแบบร่างเบื้องต้นให้แก่ FIA พิจารณาตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกับการยื่นแบบของ Ferrari เพียงไม่นาน
องก์ที่สาม: ความแตกต่างในเชิงจลนศาสตร์
แม้เป้าหมายในการสยบแรงต้านอากาศจะเป็นหนึ่งเดียว แต่กลไกภายในกลับแตกต่างกันราวกับบทกวีคนละบท Red Bull ยังคงรักษา Central Vertical Actuator เป็นกลไกหลักในการหมุน โดยปรับเปลี่ยนเพียงจุดยึดระหว่าง Flap และ Endplates ในขณะที่ SF-26 ของ Ferrari เลือกใช้ Twin Actuators ที่ฝังตัวอยู่ใน Endplates ทั้งสองด้าน
ความเกรี้ยวกราดของ Red Bull นั้นเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ปีกหลังของพวกเขาเปิดกว้างและท้าทายกฎฟิสิกส์มากกว่าของ Ferrari ซึ่ง Ted Kravitz จาก Sky Sports ผู้เฝ้าสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ในรอบซ้อมที่ Miami ได้วิเคราะห์ไว้ว่า:
- Red Bull ได้ยกระดับ 'Macarena' ไปอีกขั้น กลไก Actuator ที่ใช้พลิกปีกนั้นมีขนาดมหึมาและเปิดกว้างกว่าของ Ferrari อย่างชัดเจน
- แม้ทีมจะพยายามลดกระแสความตื่นเต้นลง แต่นี่คือความงดงามทางวิศวกรรมที่น่าหลงใหล
- ประเด็นสำคัญคือความทนทาน (Reliability) ว่ามันจะสามารถต้านทานแรงกดมหาศาลได้ตลอดทั้งสุดสัปดาห์หรือไม่
ในสมรภูมิที่ยางมะตอยทำตัวเป็นศัตรูผู้เย็นชาและปฏิเสธที่จะมอบแรงยึดเกาะ การร่ายรำของปีกหลัง Red Bull ครั้งนี้ อาจเป็นบทสรุปว่าใครกันแน่ที่เป็นจ้าวแห่งอากาศพลศาสตร์ที่แท้จริง