แสงโพล้เพล้ที่ Westfalenstadion และรอยร้าวของความหวัง
ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ Westfalenstadion ทอดตัวลงมาเป็นสีส้มหม่นตัดกับเงาตะคุ่มของโครงสร้างเหล็กกล้า แสงไฟสนามเริ่มทำงาน มันไม่ได้สว่างจ้าในทันที แต่ค่อยๆ เรืองรองขึ้นท่ามกลางอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันดีเซลจากเครื่องจักรและกลิ่นสาบของปูนเปียกชื้น ชัยชนะเหนือ Freiburg 4-0 ในศึก Bundesliga ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ด แต่มันคือพิมพ์เขียวใบใหม่ที่เปื้อนคราบเหงื่อและน้ำตาของความพยายาม
เสียงสะท้อนจากห้องแถลงข่าวที่มืดสลัว
ในห้องแถลงข่าวที่แสงไฟนีออนกะพริบถี่เหมือนจังหวะหัวใจที่อ่อนล้า Ole Book ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ ขยับเนกไทที่รัดแน่นเกินไปก่อนจะเอ่ยประโยคที่เหมือนบทพูดในหนังฟิล์มนัวร์ (เขามองออกไปที่ความว่างเปล่าหลังเลนส์กล้อง): "ผมเชื่อว่านี่คือก้าวที่ดี" ขณะที่ Niko Kovac กุนซือผู้แบกรับความกดดันไว้บนบ่าที่ลู่ลงเล็กน้อย เสริมด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า "เรายังมีอีกสามเกมที่จะพิสูจน์มันอีกครั้ง"
เป้าหมายของ Dortmund ในตอนนี้คือการยึดอันดับสองตามหลัง Bayern Munich ชัยชนะนัดที่ 600 จากการเฝ้าบ้าน 1,000 นัดใน Bundesliga คือเครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ที่กำลังผุพังแต่ยังคงสง่างาม พวกเขาการันตีตั๋ว Champions League เป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน ท่ามกลางเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของแฟนบอลที่ฝากชีวิตไว้กับสโมสรแห่งนี้








